แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - watamon

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1

สมุนไพรพญายอ
ชื่อสมุนไพร พญายอ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau
ชื่อตระกูล ACANTHACEAE
ชื่อพ้อง Clinacanthus burmanni  Nees
ชื่ออังกฤษ ไม่มี
ชื่อแคว้นผักมันไก่  ผักลิ้นเขียด  พญาปล้องคำ  พญาบ้องดำ พญายอ  โพะโซ่จาง  เสมหะพังพอนตัวเมีย


ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์


          ไม้พุ่มคอยเลื้อย ลำต้นรวมทั้งกิ่งหมดจดเป็นเงา สูงได้ถึง 3 เมตร ใบลำพังออกเรียงตรงกันข้าม รูปขอบขนานหรือขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 7-9 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายใบแหลม ก้านใบยาว 0.5 เซนติเมตร ดอกเป็นช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด กลีบดอกไม้สีส้มแดงเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ยาว 3-4 ซม. ไม่ติดฝัก


ส่วนที่ใช้เป็นยารวมทั้งสรรพคุณ


-ส่วนใบ รักษาอาการเพราะแมลงกัดต่อยรวมทั้งโรคเริม


สารสำคัญที่ออกฤทธิ์


สารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบ สารกลุ่ม monoglycosyl diglycerides ได้แก่ 1,2-O-dilinolenoyl-3-O-b-d-glucopyranosyl-sn-glycerol และสารกลุ่ม glycoglycerolipids จากใบ  มีฤทธิ์ยั้งไวรัสเริม


ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา


ฤทธิ์ลดการอักเสบ
       เมื่อป้อนสารสกัดจากใบด้วยเอ็นบิวทานอลให้หนูแรท  หรือฉีดสารสกัดด้วยน้ำจากใบเข้าท้องของหนูแรท  จะลดการอักเสบของข้อเท้าหนูแรทที่ทำให้บวมด้วยสารคาราจีแนน (carrageenan) ได้   ตำรับยาที่มีพญายอปริมาณร้อยละ 5  ใน cold cream และสารสกัดด้วยเอทานอลจากใบ เมื่อเอามาทาเฉพาะที่ให้หนูแรท จะสามารถลดการอักเสบเรื้อรังได้  แม้กระนั้นเมื่อใช้สารสกัดด้วยนเอ็นบิวทานอลทาที่ผิวหนังจะไม่ได้ผล
ฤทธิ์ลดลักษณะของการปวด
                 เมื่อให้หนูเม้าส์รับประทานสารสกัดด้วยเอ็นบิวทานอลจากใบ จะลดความเจ็บปวดของหนูที่ถูกรั้งนำให้ปวดด้วยกรดอะซีติเตียนค  ขึ้นรถสกัดความแรง 90 มิลลิกรัม/โล จะมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับเฟนนิวบิวทาโซนขนาด 100 มก./กิโลกรัม (5)  ส่วนสารสกัดด้วยคลอโรฟอร์ม (2)  สารสกัดด้วยน้ำ และสารสกัดด้วยเอทานอล 50% จากใบ (3) ไม่มีผลลดความเจ็บ

ฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัส
ไวรัสเริม
       พญายอสารสกัดด้วยเฮกเซน บิวทานอล และก็เอทิลอะสิเตทจากใบ มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสเชื้อเริม HSV-1  รวมทั้งเมื่อนำไปทำเป็นตำรับเจลโดยใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นจำนวนร้อยละ 4 และใช้ carbopol 940 เป็นสารก่อเจล  พบว่า มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสก้าวหน้าและไม่เป็นพิษต่อเซลล์  ขณะที่เมื่อใช้สารก่อเจล poloxamer 407 จะเป็นพิษต่อเซลล์
                 จากรายงานการรักษาผู้เจ็บป่วยโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์ประเภทเป็นซ้ำด้วยยาจากสารสกัดพญายอ เปรียบเทียบกับยา acyclovir  รวมทั้งยาหลอก  โดยให้คนเจ็บทายาวันละ 4 ครั้ง ตรงเวลา 6 วัน พบว่าไม่ต่างในระยะเวลาการตกสะเก็ดของแผลคนป่วยที่ใช้ยาจากสารสกัดใบพญายอและก็ยา acyclovir   โดยแผลจะตกสะเก็ดภายใน 3 วัน และหายสนิทภายใน 7 วัน ซึ่งไม่เหมือนกันกับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ยาที่สกัดจากใบพญายอไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบ เคือง ในช่วงเวลาที่ acyclovir ทำให้แสบ   ยิ่งไปกว่านี้มีการใช้ยาที่ทำจากพญายอ ในคนเจ็บโรคเริม งูสวัด และก็แผลอักเสบในปาก พบว่าสามารถรักษาแผลรวมทั้งลดการอักเสบก้าวหน้า   
เชื้อไวรัส Varicella zoster
                 สารสกัดจากใบพญายอออกฤทธิ์ทำลายไวรัส Varicella zoster ที่เป็นสาเหตุโรคงูสวัดแล้วก็อีสุกอีใสได้โดยตรงก่อนที่จะไวรัสจะเข้าสู่เซลล์
จากรายงานการรักษาผู้เจ็บป่วยโรคงูสวัดด้วยยาจากสารสกัดใบพญายอเปรียบเทียบกับยาหลอก  โดยให้ทายาวันละ 5 ครั้ง ตรงเวลา 7-14 วัน จนกว่าแผลจะหาย  พบว่าคนไข้หวานใจษาด้วยสารสกัดจากใบพญายอ แล้วมีแผลตกสะเก็ดภายใน 3 วัน และก็หายข้างใน 7-10 วัน จะมีจำนวนมากกว่ากรุ๊ปสุดที่รักษาด้วยยาหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ ระดับความเจ็บต่ำลงเร็วกว่ากลุ่มยาหลอก และไม่พบผลกระทบใดๆ


อาการใกล้กัน


ความเป็นพิษทั่วไปแล้วก็ต่อระบบสืบพันธุ์


การทดลองความเป็นพิษ
เมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอ็นบิวทานอลจากใบให้หนูเม้าส์ พบว่าเป็นพิษน้อย แม้กระนั้นมีพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าช่องท้อง  ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1.3 กรัม/โล (หรือเท่ากันใบแห้ง 5.44 กรัม/กก.) เมื่อป้อนเข้าทางปากหรือฉีดเข้าท้องหนูเม้าส์ ไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการพิษอะไรก็ตาม
การเรียนรู้พิษ
พญายอกึ่งเรื้อรัง พบว่าเมื่อป้อนหนูแรทด้วยสารสกัดเอ็นบิวทานอลจากใบขนาด 270 มก./กิโล และ 540 มก./กิโล ทุกวัน นาน 6 สัปดาห์ พบว่าไม่เป็นผลต่อการเจริญเติบโต แต่ว่าน้ำหนักต่อมธัยมัเศร้าใจลง ในขณะที่น้ำหนักตับเพิ่มขึ้น ไม่พบความเปลี่ยนไปจากปกติต่ออวัยวะอื่น และไม่เจออาการไม่พึงประสงค์ใดๆ หนูแรทที่กินสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1 กรัม/กิโล ทุกวันนาน 90 วัน พบว่าการกินอาหารของกลุ่มที่ได้รับสารสกัดแล้วก็กลุ่มควบคุมไม่ได้แตกต่างกัน แต่ว่าน้ำหนักของหนูเพศผู้ที่ได้สารสกัดขนาด 1.0 กรัม/โล น้อยกว่าพญายอกรุ๊ปควบคุม  เกร็ดเลือดของหนูแรททั้งสองเพศสูงขึ้นยิ่งกว่า และครีอาตินินต่ำลงยิ่งกว่ากลุ่มควบคุม  แต่ว่าไม่พบความผิดปกติด้านจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะภายใน รวมทั้งพยาธิภาวะด้านนอกhttp://www.disthai.com/

2

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เจริญวัยในแถบอินเดีย แอฟริกา และเอเซียอาคเนย์ ใบและก็ลำต้นนำมาใช้เป็นยารักษาโรคตามแพทย์แผนโบราณของประเทศอินเดียและจีนมาอย่างช้านาน ใช้รักษาหลายโรค ตัวอย่างเช่น โรคซิฟิลิส โรคหอบหืด หรือโรคสะเก็ดเงิน และยังนำมาเตรียมอาหารได้อีกด้วย
ใบบัวบก
ใบบัวบกประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกายอยู่หลายอย่าง ได้แก่ ซาโปนิน (Saponin) หรือตรีเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) เอเชียว่ากล่าววัวไซด์ (Asiaticoside) กรดทวีปเอเชียติเตียนก (Asiatic Acid) มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) แล้วก็กรดมาดีติดอยู่สสิค (Madecassic Acid) จึงทำให้ประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ โดยมั่นใจว่ามีสรรพคุณหลายสิ่งหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น บรรเทาอาการอักเสบ แม้ใช้รับประทานอาจมีคุณลักษณะช่วยลดระดับความดันเลือดในหลอดเลือดดำ แล้วก็นำมาใช้รักษาโรคหรืออาการที่มีต้นเหตุจากการตำหนิดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆตัวอย่างเช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ การตำหนิดเชื้อที่ระบบทางเท้าฉี่ โรคงูสวัด โรคเรื้อน อหิวาต์ โรคบิด โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในเลือด ฯลฯ นอกเหนือจากนั้น ยังมีความคิดกันว่าถ้าหากใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังบางทีอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นข้อสำคัญสำหรับการสมานบาดแผล ลดเลือนรอยแผลเป็น รวมถึงปัญหาท้องลายที่เกิดจากการตั้งท้อง แต่ว่าสิ่งพิสูจน์หรือหลักฐานด้านการแพทย์มีมากน้อยมีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันความเชื่อถือ คุณประโยชน์ และก็ความปลอดภัยของใบบัวบกสำหรับเพื่อการรักษาโรคเหล่านี้
การดูแลและรักษาด้วยใบบัวบกที่บางทีอาจได้ผล
เส้นเลือดขอด มีการศึกษาเล่าเรียนชิ้นหนึ่งแถลงการณ์ว่าใบบัวบกอาจมีส่วนช่วยบำรุงแล้วก็สร้างสมดุลสำหรับการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเกี่ยวข้อง (Connective Tissues) เพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด ส่งผลต่อความดันในเส้นเลือดฝอยรวมทั้งเส้นเลือดขอด ลดอัตราการกรองของเส้นเลือดฝอยโดยปรับแก้การไหลเวียนของเลือด นอกเหนือจากนั้น ยังมีการเรียนรู้โดยการทบทวนการวิจัยที่เกี่ยว 8 ชิ้นเกี่ยวกับการรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบกในคนเจ็บที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดเรื้อรัง พบว่าอาการปวดขา ขาหนัก และอาการบวมน้ำทุเลาลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจช่วยทุเลาอาการคนเจ็บเส้นโลหิตขอดเรื้อรังลงได้ แต่ว่าจากงานศึกษาวิจัยระบุว่าบทสรุปข้างต้นจำต้องตีความด้วยความระมัดระวังเหตุเพราะข้อกำหนดต่างๆของงานค้นคว้า รวมทั้งยังจำต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อหาหลักฐานที่มีความถูกต้องและก็มีคุณภาพมากพอสำหรับการประเมินคุณภาพการดูแลและรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบก
การดูแลรักษาด้วยใบบัวบกที่เป็นได้ แม้กระนั้นยังมีหลักฐานช่วยเหลือไม่เพียงพอ
โรคเส้นเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ใบบัวบกบางทีอาจช่วยในการลดปริมาณไขมันในเส้นโลหิตได้ จากการศึกษาเล่าเรียนชิ้นหนึ่งโดยให้อาสาสมัครโรคหลอดเลือดแดงแข็งที่ไม่แสดงอาการกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกตรงเวลา 6 เดือน แล้วก็อีกกลุ่มไม่รับประทาน แล้วตรวจค้นความหนาแน่นของไขมันหรือพลัค (Plagues) ที่เกาะอยู่ตามเยื่อบุของหลอดเลือด พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลของอาสาสมัคร 2 กรุ๊ปไม่ได้มีความแตกต่างกัน แต่ในกลุ่มที่ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกพบว่า อนุมูลอิสระในเลือดต่ำลง ปริมาณไขมันหรือพลัคที่เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอรวมทั้งขาลดลง รวมทั้งลักษณะของพลัคทั้งยังความดกและความยาวก็ต่ำลงด้วยด้วยเหมือนกัน ทั้งยังไม่เจออาการที่ไม่พึงประสงค์ สามารถทนต่ออาการใกล้กันได้ รวมทั้งมีการบันทึกผลของการตรวจเลือดเสมอๆ เนื่องมาจากหลักฐานช่วยเหลือคุณลักษณะของใบบัวบกต่อโรคเส้นโลหิตแดงแข็งยังไม่พอ จึงต้องศึกษาต่อไป
ปกป้องลิ่มเลือด การรับประทานใบบัวบกบางทีอาจช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดลิ่มเลือดที่ขาซึ่งเป็นผลมาจากการโดยสารเรือบินเป็นเวลานาน จากหลักฐานที่ได้รับการพัฒนาแนะนำว่าใบบัวบกบางทีอาจช่วยลดของเหลวและก็เพิ่มการไหลเวียนเลือดในผู้ที่ขึ้นรถเครื่องบินติดต่อกันนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ ยังไม่เป็นที่กระจ่างว่าการศึกษาเล่าเรียนชิ้นนี้จะหมายความว่าการลดการสั่งสมของลิ่มเลือด เพราะเหตุว่าหลักฐานส่งเสริมคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการปกป้องลิ่มเลือดยังน้อยเกินไป จึงจึงควรศึกษาต่อไป
กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ในคนป่วยเบาหวาน งานศึกษาเรียนรู้หนึ่งให้คนเจ็บเบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดฝอยจำนวน 50 คน รับประทานสารสกัดจากใบบัวบกซึ่งมีสารสามเทอร์พีนอยด์เป็นหัวใจสำคัญ ขนาด 60 มก. 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่กินยาหลอก พบว่าสารไตรเทอร์พีนอยด์ของใบบัวบกมีคุณประโยชน์ต่อการไหลเวียนของโลหิตในหลอดเลือดฝอยของคนไข้เบาหวาน แต่ว่าหลักฐานเกื้อหนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการไหลเวียนของโลหิตยังไม่พอ ก็เลยจำต้องศึกษาต่อไป
แผลโรคเบาหวาน มีการวิจัยเกี่ยวกับคุณภาพรวมทั้งผลกระทบของการกินสารสกัดจากใบบัวบกต่อแผลโรคเบาหวาน โดยแบ่งคนป่วยโรคเบาหวานจำนวน 200 คนออกเป็น 2 กรุ๊ป โดยกลุ่มหนึ่งรับประทานสารเอเชียติเตียนวัวไซด์ซึ่งเป็นสกัดจากใบบัวบกขนาด 50 มก. และก็อีกกลุ่มรับประทานยาหลอกปริมาณ 2 แคปซูลหลังมื้อของกินวันละ 3 ครั้ง และก็มีการวัดผลทุก 7 วัน พบว่าแผลของคนเจ็บที่กินสารสกัดจากใบบัวบกมีการหดรั้ง (Wound Contraction) ที่ดีกว่าและไม่พบผลข้างเคียง หรือพูดได้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น แล้วก็สามารถใช้ได้โดยสวัสดิภาพโดยไม่เกิดผลใกล้กัน แม้กระนั้นเหตุเพราะหลักฐานช่วยเหลือคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการดูแลและรักษาแผลโรคเบาหวานยังน้อยเกินไป ก็เลยควรต้องศึกษาต่อไป
รอยแผล สารออกฤทธิ์ของใบบัวบก เป็นต้นว่า ทวีปเอเชียว่ากล่าวโคไซด์ กรดทวีปเอเชียว่ากล่าวก มาเดแคสโซไซด์ และกรดมาดีค้างสสิค เป็นสารช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกายแล้วก็อาจมีคุณภาพสำหรับการรักษาแผลต่างๆแผลขนาดเล็ก แผลไฟเผา แผลจากโรคสะเก็ดเงินหรือโรคหนังแข็ง รวมทั้งแผลแบบนูน ซึ่งจากงานค้นคว้าชิ้นหนึ่งได้เสนอแนะว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกบริเวณผิวหนังหลังจากเย็บแผลแล้ว 2 ครั้งต่อวัน สม่ำเสมอนาน 6-8 อาทิตย์ บางทีอาจช่วยลดการเกิดรอยแผลได้ รวมทั้งแผลแบบนูนหรือคีลอยด์ แต่เพราะหลักฐานส่งเสริมคุณสมบัติของใบบัวบกต่อรอยแผลยังไม่พอ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
ท้องลาย จากการมีครรภ์ ได้มีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยแนะนำให้คนที่กำลังตั้งครรภ์ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี และคอลลาเจน เป็นประจำทุกวี่วันในตอน 6 เดือนท้ายที่สุดก่อนการคลอด ซึ่งอาจช่วยปัญหารอยแตกได้ นอกเหนือจากนั้น ยังมีการทดลองโดยให้หญิงตั้งครรภ์จำนวน 100 คน ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี และก็คอลลาเจน-อีลาสติน ไฮโดรไลเซท ทาบริเวณผิวหนังที่มีรอยแตกเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของใบบัวบกอาจจะก่อให้กำเนิดรอยแตกหรือท้องลายน้อยกว่าในกรุ๊ปที่ใช้ยาหลอก แต่ว่าเนื่องด้วยหลักฐานเกื้อหนุนคุณสมบัติของใบบัวบกต่อรอยแตกหรือท้องลายยังไม่แน่นอน ก็เลยจึงควรศึกษาต่อไป
ลดความกลุ้มอกกลุ้มใจ การดูแลและรักษาแบบแพทย์แผนจีนมีการนำใบบัวบกมาใช้เพื่อบรรเทาอาการซึมเศร้ารวมทั้งความวิตก ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนทดลองชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับความสามารถของใบบัวบกสำหรับการลดความกลุ้มใจ โดยสุ่มให้อาสาสมัครกินใบบัวบกในปริมาณ 12 กรัมหรือกินยาหลอก จากผลของการทดลองแสดงให้เห็นว่าใบบัวบกมีฤทธิ์ต่อต้านความไม่สบายใจ ช่วยลดความตึงเครียด แม้กระนั้นยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไปถึงสมรรถนะของใบบัวบกสำหรับในการรักษาโรคตื่นตระหนก
โรครวมทั้งอาการอื่นๆดังเช่นว่า หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นลมแดด การต่อว่าดเชื้อฟุตบาทปัสสาวะ โรคตับอักเสบ โรคดีซ่าน ท้องร่วง ของกินไม่ย่อย ซึ่งยังจะต้องทำการวิจัยหาคุณภาพรวมทั้งความปลอดภัยสำหรับในการรักษาต่อไป

ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการกินใบบัวบก
 การใช้สารสกัดจากใบบัวบกทาบริเวณผิวหนังอาจมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ว่าการกินใบบัวบกบางทีอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก คนที่กำลังมีครรภ์ หรือคนที่อยู่ในตอนให้นมลูก ด้วยเหตุว่ายังไม่มีหลักฐานทางด้านการแพทย์เพียงพอที่จะช่วยเหลือถึงเรื่องความปลอดภัยต่อเด็ก มารดา หรือทารกในท้อง
การกินใบบัวบกอาจเป็นต้นเหตุให้กำเนิดความเสื่อมโทรมต่อตับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้ที่เป็นโรคตับหรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับไม่ควรกินใบบัวบก เพราะเหตุว่าอาจจะเป็นผลให้อาการต่างๆห่วยลงได้ รวมถึงไม่ควรรับประทานใบบัวบกร่วมกับยาที่ส่งผลต่อตับในกรุ๊ปกลุ่มนี้ ตัวอย่างเช่น พาราเซตามอล อะไม่โอดาโรน คาร์บามาซีตะกาย ไอโซไนอะซิด ซิมวาสแตติน เป็นต้น
การรับประทานใบบัวบกในจำนวนมากอาจจะส่งผลให้รู้สึกอยากนอนได้มากกว่าธรรมดา หรือถ้าเกิดกินร่วมกับยานอนหลับหรือยาความกังวลใจน้อยลง อย่างเช่น โคลนาซีแพม ลอราซีแพม ฟิโนบาร์บิทอล รวมทั้งโซลพิเดม
ควรหยุดรับประทานใบบัวบกขั้นต่ำ 2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้ในการผ่าตัดและก็อาจจะทำให้รู้สึกอยากนอนได้มากขึ้น
ควรจะขอความเห็นแพทย์ก่อนรับประทานใบบัวบก ถ้าหากอยู่ในช่วงการใช้ยาหรืออาหารเสริมประเภทอื่นๆอยู่เป็นประจำ เพราะว่าอาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์แม้รับประทานใบบัวบกในระหว่างการดูแลและรักษาของคนเจ็บโรคไม่สบายใจ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่หรูหราคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ผู้เจ็บป่วยอัลไซเมอร์ รวมถึงคนที่ใช้ยานอนหลับหรือยาคลายความกลุ้มใจ และคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะว่าอาจก่อให้กดประสาทมากขึ้นเรื่อยๆ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

3

บัวบก
บัวบก ชื่อสามัญ Gotu kola
บัวบก ชื่อวิทยาศาสตร์ Centella asiatica (L.) Urb. จัดอยู่ในสกุลผักชี (APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE)
สมุนไพรบัวบก มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ), ผักแว่น (ภาคใต้), กะโต่ ฯลฯ จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในแถบทวีปเอเชีย เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีกลิ่นแรง มีรสขมหวาน
เมื่อกล่าวถึงบัวบก สมุนไพรประเภทนี้ขึ้นมาทีไร หลายท่านคงคิดไปว่ามันเพียงแค่ช่วยแก้อาการบอบช้ำในเฉยๆ(ส่วนอาการอกหักนี้ไม่เกี่ยวกันนะ) แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณมากมาย เพราะเหตุว่าได้รับการเล่าขานเกี่ยวการดูแลรักษาโรคได้หลายแบบ อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเดิน อาการท้องอืด แผลในกระเพาะ มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงรักษาสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนเพลียของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น บราโมซัยด์ บราไม่โนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านการอักเสบ รวมทั้งยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และก็กรดอะมิโน ได้แก่ แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสหนดิน เป็นต้น
ใบบัวบกเหมาะสำหรับขี้ร้อน มีสภาวะแข็ง หรือมีความร้อนเปียกชื้น เพราะเหตุว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น
บัวบกประโยช์จากใบบัวบกประโยชน์ซึ่งมาจากใบบัวบก
คุณประโยชน์ซึ่งมาจากใบบัวบก
บัวบกเป็นพืชที่มีแคลเซียมในระดับปานกลางถึงสูง แม้กระนั้นหรูหราสารออกซาเลตที่ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายในจำนวนต่ำ
ใบบัวบกช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ย้อนอายุรวมทั้งวัย
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและก็อีลาสติน
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากใบบัวบก ช่วยบำรุงรักษารวมทั้งรักษาสายตา ฟื้นฟูรอบดวงตา เนื่องจากว่าบัวบกมีวิตามินเอสูง
ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการกางใบบัวบกล้างน้ำสะอาด คั้นมัวแต่น้ำนำมาหยดที่ตา 3-4 ครั้งต่อวัน
ช่วยบำรุงประสาทและก็สมองราวกับใบแปะก๊วย
ช่วยให้ความจำและก็ทำให้มีปฏิภาณไหวพริบเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ช่วยเพิ่มความจำในผู้สูงวัย
มั่นใจว่าใบบัวบกมีส่วนช่วยเพิ่มไอคิว ความฉลาด รวมทั้งความสามารถสำหรับในการศึกษา
ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยชะลอลักษณะของโรคโรคสมองเสื่อมในคนวัยแก่ สตรีวัยทอง โรคอัลไซเมอร์หรืออาการหลงลืมระยะสั้นได้
ช่วยเพิ่มสมาธิ แก้สมาธิสั้น
ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการตกลงใจเฉพาะหน้า
ช่วยแก้ลักษณะของการปวดศีรษะ ปวดหัวฝ่ายเดียว
ช่วยแก้อาการหน้ามืดศีรษะ
ช่วยเครียดลดลง
ช่วยเสริมหลักการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ ก็เลยช่วยผ่อนคลายแล้วก็ทำให้หลับง่ายขึ้น
ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีเพิ่มขึ้น
ช่วยกระตุ้นการผลิตเนื้อเยื่อใหม่
ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย
ช่วยบำรุงรักษาโลหิตในร่างกาย
ช่วยบำรุงหัวใจ
ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ช่วยให้จิตใจสดชื่น อารมณ์แจ่มใส
ช่วยทำให้เค้าหน้าแจ่มใสราวกับเป็นวัยรุ่น
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยบำรุงรักษาเสียง
ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ ด้วยการใช้บัวบกสดราว 1 กำมือ นำมาตำคั้นเอาน้ำแล้วเพิ่มน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง แล้วจิบรับประทานเป็นประจำ
ช่วยแก้อยากกินน้ำคุณประโยชน์ใบบัวบก
ใบบัวบกมีคุณประโยชน์ช่วยแก้อาการร้อนใน ตัวร้อน
ใบบัวบกมีสารยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง
ช่วยรักษาโรคโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้เจ็บป่วยเบาหวานได้ดี
ช่วยรักษาโรคโรคตับเหลืองจากสภาวะร้อนเปียกชื้น ด้วยการใช้บัวบก 30 กรัม น้ำตาลกรวด 30 กรัม ต้มน้ำ
ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
ช่วยถนอมอาหารหืด
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือจะใช้บัวบกสดๆต้นประมาณ 30 กรัมเอามาค้นเอาน้ำ เพิ่มน้ำตาลน้อยแล้วดื่มกินราวๆ 5-7 วัน
ช่วยรักษาโรคลมชัก
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
ช่วยรักษาอาการเต้านมอักเสบเป็นหนองในระยะเริ่มต้น ด้วยการใช้บัวบกแล้วก็เปลือกของลูกหมาก 1 ผล นำมาต้มกับเหล้าดื่ม
ช่วยแก้คนเป็นบ้า
ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับเลือด
ช่วยลดความดันเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นโลหิต และก็ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
ช่วยรักษาโรคที่มีสมุฏฐานจากเสลด
ช่วยแก้อาการหมดแรง เหน็ดเหนื่อย
ช่วยแก้ไข้
ช่วยห้ามเลือดกำเดา เพราะว่าทำให้เลือดเดิน แม้กระนั้นเลือดจะไม่ออกมาจากเส้นเลือดและยังเป็นเหตุให้ใจร้ายอีกด้วย
ช่วยแก้อาการบอบช้ำใน เจ็บจากการกระทบชน
เป็นพืชที่ย่อยได้ง่าย
ช่วยทำให้เจริญอาหาร ทานอาหารได้มากขึ้น
ช่วยแก้อาการท้องร่วง
สารสกัดจากใบบัวบกมีฤทธิ์คุ้มครองและยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วยแก้อาการเริ่มที่จะเป็นบิด
ช่วยรักษาโรคบิดหรือมีมูกเลือดผสมเมื่อถ่าย
ช่วยรักษากระเพาะอาหารเป็นแผล
ใช้เป็นยาระบาย ช่วยระบายท้อง แก้ลม
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
แก้อาการฉี่ขัดข้อง ด้วยการใช้ใบบัวบกโดยประมาณ 50 กรัม นำมาตำแล้วพอกบริเวณสะดือ เมื่อปัสสาวะคล่องก็ดีค่อยคัดแยกออก
ช่วยขับความร้อนเปียกชื้นทางเดินฉี่ คุ้มครองการเกิดนิ่ว
ช่วยรักษาโรคนิ่วทางเดินเยี่ยวด้วยการใช้บัวบก 50 กรัมต้มกับน้ำแช่ข้าวครั้งที่ 2 แล้วนำมาดื่ม
ช่วยรักษาอาการมีหนองออกจากเยี่ยว
ช่วยแก้อาการน้ำดีในร่างกายมากเกินความจำเป็น
ช่วยรักษาโรคม้ามโต
ช่วยรักษาอาการติดโรคของไวรัสตับอักเสบ
แก้ลักษณะของการปวดข้อรูมาตอยด์
ใช้เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ด้วยการกางใบสดประมาณ 20 ใบนำมาล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด
ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเร่งการสร้างเยื่อ
ช่วยแก้อาการบวมช้ำ ด้วยการกางใบบัวบกมาตีให้แหลกแล้วเอามาโปะรอบๆที่ฟกช้ำดำเขียว หรือจะใช้ใบบัวบกประมาณ 40 กรัม ต้มกับสุราแดงประมาณ 250 cc. ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วนำมาดื่ม
ใช้บัวบกตำเอามาพอกรักษาความร้อนบวมของโรคไฟลามทุ่ง หรือใช้รักษาอาการด้วยการใช้น้ำคั้นบัวบกนำมาผสมกับแป้งข้าวเหนียวทำเป็นแป้งเหลว พอกบริเวณที่เป็น
ช่วยรักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่างๆอย่างเช่น โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน หิด ฝึก ฯลฯ
ช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดหนอง
ช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้เป็นอย่างดีแล้วก็ใช้ทารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัดได้อีกด้วย
ช่วยรักษาผิวหนังเป็นด่างขาว
ใช้เป็นยาถอนพิษ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้อีกทั้งต้นสดของบัวบกประมาณ 3 ต้นเอามาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วนำมาพอกแผลไฟไหม้
บัวบกมีการเอามาผลิตเป็นแคปซูลวางจำหน่าย มีคุณประโยชน์ในการช่วยทำนุบำรุงสมองเป็นหลัก (Brain tonic)
ปัจจุบันนี้มีการนำไปทำเป็นยาเป็นแผนปัจจุบันในแบบเป็นผงใช้โรยแผล รวมทั้งในรูปแบบเม็ดกินเพื่อรักษาแผลผ่าตัด แผลสด ไฟเผา น้ำร้อนลวก หรือฝีหนองได้ รวมทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดรอยแผลอีกด้วย
ช่วยแก้อาการก้างติดคอ ด้วยการนำบัวบกไปต้มน้ำ แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยๆกลืนน้ำลงคอ
ใบและเถาบัวบกใช้กินเป็นผักสดกับน้ำพริกกะปิคั่ว หมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ลาบ ก้อย แกงเผ็ด ยำใบบัวบก ซุปหน่อไม้ ฯลฯ
น้ำคั้นจากใบบัวบกนำมาทำเป็นน้ำมันบัวบกใช้ทาศีรษะ มีคุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงหนังหัวแล้วก็เส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมดกดำ ไขปัญหาผมตก ผมหงอกก่อนวัย
น้ำใบบัวบกเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับฤดูร้อนมหาศาล เนื่องจากว่ามีฤทธิ์เป็นยาเย็นดับร้อนในร่างกายได้สารพัน
สารสกัดจากใบบัวบก มีคุณลักษณะช่วยลดการระคายเคืองผิวและไม่เป็นอันตรายต่อสภาพร่างกาย
สารสกัดจากใบบัวบกมีการนำมาใช้เพื่อเป็นส่วนผสมสำหรับการผลิตเครื่องสำอาง
มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาใช้ทำเป็นสิ่งของปิดแผล
ลบรอยตีนกาตื้นๆด้วยน้ำใบบัวบก ด้วยการนำบัวบกมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปปั่นจนกระทั่งละเอียด แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้สำลีชุบน้ำทาทั่วรอบๆหางตาหรือทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก โดยควรจะทาทุกเมื่อเชื่อวันก่อนนอน
มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาผลิตเป็นสบู่ใบบัวบก ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าช่วยรักษาสิว ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างขาวสวยใส ผิวหน้าเต่งตึงได้

วิธีการทำน้ำบัวบก
กระบวนการทำน้ำบัวบกวิธีทำน้ำบัวบก ควรเลือกใช้ใบบัวบกที่แก่กว่า รับประทานเป็นผักสด โดยใช้ทั้งรากเอามาล้างน้ำทำความสะอาด
ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนนำมาบด
คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บด แล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำลำดับที่สองเพื่อจับตัวได้ยาสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่ (ควรจะใช้น้ำที่สะอาด และก็ห้ามใช้น้ำร้อนหรือนำน้ำที่คั้นได้ไปต้ม)
กรองน้ำบัวบกด้วยผ้าขาวบางห่างๆ(แบบผ้ามุ้ง ถี่มากจะกรองมิได้)
หลังกรองจะมีกากให้ทิ้งไป ให้รินเฉพาะน้ำส่วนใสๆมาดื่ม
น้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆจากใบสดๆและไม่ควรเก็บน้ำที่คั้นได้ไว้นานหรือควรแช่เย็นเก็บไว้
น้ำเชื่อมหากทำจากน้ำต้มใบเตย จะมีผลให้น้ำบัวบกอร่อยมากขึ้น
สรรพคุณของน้ำใบบัวบกช่วยแก้ร้อนใน ช้ำใน
ไข่เจียวบัวบก
ใบบัวบกวัตถุดิบที่จำเป็นต้องจัดเตรียมอาทิเช่น บัวบกสด 20 กรัม / ไข่ 2 ฟอง / น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำปลาน้อย / น้ำมันพืชสำหรับใช้ในการทอด
นำบัวบกมาล้างจนถึงสะอาดแล้วหั่นซอยเป็นชิ้นเล็กๆ
นำไข่มาตอกแล้วตีไข่ เติมเครื่องปรุงต่างๆ
นำใบบัวบกที่ซอกซอยแล้วผสมลงไปในไข่ คนจนเข้ากัน
เอามาทอดในไฟอ่อนจนกระทั่งไข่สุก
คุณประโยชน์ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดศีรษะ และก็ตาลายหัว
ข่างปองบัวบก (บัวบกชุบแป้งทอด)
จัดเตรียมวัตถุดิบดังนี้ บัวบกสด / ไข่ไก่ / แป้งทอดกรอบ / กระเทียมหั่นหยาบ / หอมแดงหั่นหยาบคาย / เกลือ / พริกไทยป่น
นำบัวบกสดที่ได้มาล้างชำระล้าง แล้วหั่นหยาบๆให้พอดิบพอดีคำ
นำแป้งที่ใช้สำหรับทอดกรอบมาผสมกับไข่ไก่ กระเทียม หอมแดง พริกไทย และเกลือ ผสมเข้าด้วยกัน
นำบัวบกที่หั่นจัดเตรียมไว้ เอามาชุบกับแป้งที่ผสมไว้
หลักจากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน
แล้วจึงน้ำบัวบกที่ชุบแป้งแล้ว นำมาทอดให้พอเพียงเหลืองกรอบแล้วยกลงให้สะเด็ดน้ำมัน
เท่านี้ก็เรียบร้อย เอามาจิ้มรับประทานกับน้ำปรุงรสไก่ตามใจชอบได้เลย
คุกกี้บัวบก
ให้ตระเตรียมวัตถุดิบดังต่อไปนี้ บัวบกหั่นละเอียด 2 ถ้วยตวง / ไข่ไก่ 1 ฟอง / แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง / เนยสดรสเค็ม 2 ถ้วยตวง / น้ำตาล 1.1/2 ถ้วยตวง / ผงฟู 2 ช้อนชา / กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
นำใบบัวบกมาล้างทำความสะอาดแล้วหั่นอย่างถี่ถ้วน โดยตัดก้านรวมทั้งใบออกมาจากกัน ก้านให้หั่นเป็นท่อนเล็กๆส่วนใบเอามาเรียงทับกันแล้วหั่นตามแนวขวางและก็กลับมาหั่นอีกข้าง แล้วพักไว้
นำแป้งและผงฟูมาร่อนผ่านตะแกรง 2 รอบ แล้วพักไว้
นำเนยสดมาตีให้กับน้ำตาลด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟู ราวๆ 1 นาที
ใส่ไข่ไก่และก็กลิ่นวานิลลาลงไป แล้วตีให้ถูกกัน
ค่อยๆใส่แป้งที่ร่อนไว้แล้วลงไปทีละน้อย (ครั้งละ 1 ส่วน 3 ของแป้งทั้งหมดทั้งปวง) แล้วตีแป้งให้กับส่วนประกอบทั้งหมด
นำบัวบกที่หั่นละเอียดแล้วใส่ลงไปในแป้ง แล้วผสมกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันอีกที
นำไปอบในตู้อบ โดยวางใส่ถาดที่ทาเนยหรือกระดาษทนความร้อน ซึ่งต้องตักแป้งให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ
ใช้เวลาอบโดยประมาณ 6-8 นาที ด้วยอุณหภูมิราว 250 องศา หรือมองว่าขอบเริ่มเหลืองก็เป็นอันใช้ได้แล้ว เสร็จแล้ว คุกกี้บัวบก
กระบวนการทำน้ำมันบัวบก
ตระเตรียมส่วนประกอบดังต่อไปนี้ บัวบก 4 กก. / น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว 1 ลิตร / น้ำที่สะอาด 1 ลิตร
นำบัวบกมาล้างน้ำทำความสะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
เพิ่มเติมน้ำลงไปในบัวบก แล้วค่อยนำไปปั่นจนละเอียด
เสร็จแล้วให้กรองมัวแต่น้ำบัวบกที่ได้จากการปั่น
นำน้ำบัวบกที่กรองได้ไปเคี่ยวกับน้ำมันที่ทำจากมะพร้าวโดยใช้ไฟอ่อนๆราวๆ 80 องศาเซลเซียส
ต้มไปเรื่อยกระทั่งเหลือแค่น้ำมันที่ทำจากมะพร้าว โดยให้ดูลักษณะกากของน้ำมัน จะมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย นับว่าเป็นอันใช้ได้ ชูลงจากเตาแล้วกรองเอาน้ำมัน เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
การใช้น้ำมันบัวบก
ใช้น้ำมันที่ได้นำมาทาเส้นผม แล้วนวดให้ทั่วหนังหัว
นวดเสร็จแล้วให้หมักทิ้งไว้โดยประมาณ 30 นาที
ครบเวลาแล้วให้สระผมด้วยน้ำอุ่นพร้อมแชมพูตามปกติ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
น้ำมันบัวบก คุณประโยชน์ช่วยบำรุงหนังหัวและเส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมดกดำ แก้ปัญหาผมตก ผมหงอกก่อนวัย
คำเตือนและก็ข้อเสนอ
สรรพคุณของใบบัวบกการกินใบบัวบกคุณควรตรึกตรองพื้นฐานของร่างกาย อย่าดูแม้กระนั้นสรรพคุณเพียงอย่างเดียว
บัวบกไม่เหมาะสมกับมีภาวการณ์เย็นพร่อง หรือขี้หนาว ท้องอืดบ่อยๆ
การกินบัวบกในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ธาตุในร่างกา
http://www.disthai.com/

4

เหงือกปลาหมอ
ถิ่นเกิดเหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอนับว่าเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นของไทยพวกเราด้วยเหตุว่ามีประวัติในการประยุกต์ใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณแล้ว ซึ่งเหงือกปลาหมอนี้เป็นพรรณไม้ที่มักขึ้นที่โล่งแจ้งและก็มักจะมักพบในรอบๆป่าชายเลน หรือตามพื้นที่ชายน้ำริมฝั่งคลอง เติบโตเจริญในที่ร่มและก็มีความชื้นสูง หรือในแถบที่ดินเค็มและไม่ถูกใจที่ดอน แถบภาคอีสารก็มีรายงายว่าปลูกได้ด้วยเหมือนกัน เหงือกปลาหมอ พบอยู่ 2 จำพวกเป็นชนิดดอกสีขาว Acanthus ebracteatus Vahl พบมากในภาคกึ่งกลางและภาคตะวันออก ชนิดดอกสีม่วง  Acanthus ilicifolius L. เจอทางภาคใต้ ทั้งเหงือกปลาแพทย์ยังเป็นจำพวกไม่ขึ้นชื่อลือนามของจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย
ลักษณะทั่วไป
ต้นเหงือกปลาหมอ เป็นไม้พุ่มขนาดกึ่งกลาง มีความสูงโดยประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นแข็ง มีหนามอยู่ตามข้อของลำต้น ข้อละ 4 หนาม ลำต้นกลม กลวง ตั้งตรง มีสีขาวอมเขียว ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 1.5 เซนติเมตร
ใบเหงือกปลาหมอ ใบเป็นใบผู้เดียว ลักษณะของใบมีหนามคมอยู่ขอบขอบของใบและก็ปลายใบ ขอบของใบเว้าเป็นช่วงๆผิวใบเรียบเป็นเงาลื่น แผ่นใบสีเขียว เส้นใบสีขาว มีเหลือบสีขาวเป็นแถวก้าง เนื้อใบแข็งรวมทั้งเหนียว ใบกว้างประมาณ 4-7 เซนติเมตร แล้วก็ยาวราว 10-20 เซนติเมตร ใบจะออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ก้านใบสั้น
ดอกเหงือกปลาหมอ มีดอกเป็นช่อตั้งตามปลายยอด ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ดังนี้สีของดอกขึ้นอยู่กับจำพวกของต้นเหงือกปลาหมอคือ ดอกมีอีกทั้งชนิดดอกสีม่วง หรือสีฟ้า และประเภทดอกสีขาว แต่ลักษณะอื่นๆเหมือกันคือ  ที่ดอกมีกลีบรองดอกมี 4 กลีบ กลีบแยกจากกัน ส่วนกลีบดอกไม้เป็นท่อปลายบานโต ยาวราวๆ 2-4 เซนติเมตร รอบๆกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่
ผลเหงือกปลาหมอ รูปแบบของผลเป็นฝักสีน้ำตาล รูปแบบของฝักเป็นทรงกระบอกกลมรี รูปไข่ ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เปลือกฝักมีสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน ด้านในฝักมีเมล็ด 4 เม็ด
เหงือกปลาหมอ
รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน
ชื่ออื่น : แก้มแพทย์ แก้มหมอเล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน
ในแบบเรียนยาไทยพูดว่า เหงือกปลาหมอสามารถแก้โรคผิวหนังได้ทุกชนิด
ในเมื่อเหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์เด่นแก้น้ำเหลืองเสียได้ โรคผิวหนังต่างๆแม้แต่ โรคอีสุกอีใส ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสก็จะบรรเทาเบาบางลง
ในกรณีโรคผิวหนังพุพองจากเชื้อไวรัสโรคภูมิคุมกันบกพร่อง แม้จะรุนแรงกว่าโรคผิวหนังทั่วๆไป แม้กระนั้นเมื่อใช้เหงือกปลาแพทย์เป็นอีกทั้งยากินและต้มน้ำอาบต่อเนื่องกันเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนขึ้นไป แผลพุพอง ก็จะลดน้อยลงลงอย่างชัดเจน สำหรับผู้ป่วยโรคผิวหนังด้วย
วิธีปรุงยาและก็วิธีใช้ยาก็มีหลายแนวทาง เป็น
แนวทางต้มยากินและอาบ
เอาเหงือกปลาหมอสดหรือแห้งสับเป็นท่อนเล็กๆใส่เต็มขันขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำ 4 ขัน ต้มยาให้เดือดนาน 10 นาที ตักน้ำยาขึ้นมา 1 แก้ว แบ่งไว้สำหรับดื่มกินขณะอุ่นๆครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 2 ครั้ง ยามเช้า-เย็น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร
ส่วนน้ำยาที่แบ่งไว้อาบนั้น จำต้องใช้อาบขณะน้ำยายังอุ่นอยู่ ก่อนอาบน้ำจำเป็นต้องชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ให้สะอาดซะก่อน เมื่ออาบน้ำยาแล้ว ไม่ต้องอาบน้ำธรรมดาตามอีก อาบน้ำยาวันละ 2 ครั้ง รุ่งเช้า-เย็นครั้งละ 3-4 ขัน แต่หากมีเหงือกปลาหมอจำนวนไม่ใช่น้อย บางครั้งอาจจะต้มยาเพื่อแช่ทั้งตัวในอ่างก็ยิ่งดี
ขั้นตอนการทำเป็นยาลูกกลอน
นำเหงือกปลาหมออีกทั้ง 5 ครั้งตากแห้งมาบดเป็นผุยผงละเอียด 2 ส่วน ผสมน้ำผึ้งแท้ 1 ส่วน ปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. ผู้ใหญ่รับประทานทีละ 2 เม็ด เด็กบางทีก็อาจจะกินทีละ 1 เม็ดหรือครึ่งเม็ดตามขนาดอายุรวมทั้งน้ำหนัก รับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนที่จะรับประทานอาหาร รุ่งเช้า-เย็น กินไปเรื่อยจวบจนกระทั่งจะหาย แต่ว่าถ้าเป็นโรคผิวหนังจากภูมิต้านทานผิดพลาดก็จำต้องรับประทานตลอดไป

ขั้นตอนการทำเป็นแคปซูล
นำผงเหงือกปลาหมอที่ผ่านการบินเป็นผุยผงละเอียดราวกับแป้งบรรจุแคปซูลขนาด 250 มก. ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูลวันละ 2-3 เวลาก่อนอาหาร เด็กน้อยลงตามส่วน
 เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณมาก ยกตัวอย่างเช่น
-ราก มีสรรพคุณสำหรับการแก้โรคหืด อัมพาต แก้ไอ แล้วก็ใช้ขับเสมหะ
-ต้น มีสรรพคุณรักษาโรคหลายแบบ โดยใช้ต้นตำผสมน้ำกินรักษาวัณโรค อาการผอมบาง ถ้าใช้ทาก็ช่วยแก้โรคเหน็บชาได้
-ลำต้น ไปผสมกับสมุนไพรอื่นๆก็จะได้คุณประโยชน์ทางยาไม่เหมือนกันออกไปอีก
-ทั้งต้นรวมรากต้มอาบแก้พิษไข้หัวลม แก้โรคผิวหนังทุกชนิด
-ทั้งยังต้นสดตำพอกปิดหัวฝีแผลเรื้อรังถอนพิษ ต้มกินแก้พิษไข้ทรพิษ ฝีทั้งสิ้น ผลกินเป็นยาขับเลือดระดู นอกเหนือจากนั้น หากตาเจ็บ ตาแดง เอา
"เหงือกปลาหมอ" ทั้งยังต้นตำกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาหาย เป็นเหน็บชา ชาทั้งตัว
- อีกทั้งต้นตำทาบริเวณที่เป็นจะ
- ตำเอาน้ำดื่มกากพอก งูกัด
- ต้นกับขมิ้นอ้อยตำทาป็นฝีฟกบวม เป็นริดสีดวงทวาร
- ต้นตำกับขิงรับประทาน โรคเรื้อน โรคกุฏฐัง ป่วยจับสั่น
- ต้นตำใบส้มป่อยต้มดื่ม เจ็บข้างหลัง เจ็บเอว
- "เหงือกปลาหมอ" กับชะเอมเทศตำผงละลายน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนรับประทาน ริดสีดวงแห้ง
ในท้อง ซูบผอมเหลืองทั้งตัว รับประทานวันแล้ววันเล่า
- "เหงือกปลาหมอ" กับเปลือกมะรุมเสมอกันใส่หม้อ เกลือหน่อยเดียว หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ ใช้ฟืน 30 แท่ง ต้มกับน้ำกระทั่งเดือดให้งวดก็เลยยกลง กลั้นใจกินขณะอุ่นจนหมด เป็นริดสีดวง มือตายตีนตาย ร้อนทั้งตัว เวียนหัว ตามัว เจ็บระบมทั้งตัว ตัวแห้ง จะหายได้
- "เหงือกปลาหมอ"  5 รวมราก กับ อาหารมื้อเย็นเหนือ อาหารเย็นใต้ จำนวนเท่ากัน กะตามต้องการ ต้มกับน้ำกระทั่งเดือดดื่มขณะอุ่นทีละ 1 แก้ว 3 เวลา รุ่งเช้า ช่วงเวลากลางวัน เย็น ต้มดื่มปอดเริ่มมีปัญหาเป็นฝ้าจะอาการดีขึ้น ไปให้หมอเอกซเรย์ปอดไม่เป็นฝ้าอีกหยุดต้มกินได้เลย และต้องระวังอย่าให้เป็นอีก
ยาอายุวรรฒนะ
- "เหงือกปลาหมอ" 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งปั้นกินแต่ละวัน
กินได้ 1 เดือน ไม่มีโรค ปัญญาดี
กินได้ 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง
กินได้ 3 เดือน โรคริดสีดวงทุกชนิดหาย
กินได้ 4 เดือน แก้ลม 12 พวก หูไว
กินได้ 5 เดือน หมดโรค
กินได้ 6 เดือน เดินไม่ทราบเมื่อยล้า
กินได้ 7 เดือน ผิวสวย
กินได้ 8 เดือน เสียงไพเราะเพราะพริ้ง
กินได้ 9 เดือน หนังเหนียว
-"เหงือกปลาหมอ" 1 ส่วน ดีปลี 1 ส่วน ทำผงชงกินกับน้ำร้อนถ้าเกิดผิวแตกตลอดตัวหายได้ ทั้งสิ้นที่บอกเป็นตำรายาโบราณ ไม่เชื่อก็ไม่สมควรลบหลู่ ทราบไว้เป็นวิชา http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเหงือกปลาหมอ

5

รากสามสิบ
รากสามสิบ คุณประโยชน์ ว่านสามสิบ ตำราเรียนยาประจำถิ่น ใช้ ทั้งต้นหรือราก ต้มน้ำ แก้แท้งลูก และก็โรคคอพอก ราก มีรสขื่นเย็น กินเป็นยาแก้พิษร้อนในหิวน้ำ แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยทำนุบำรุงเด็กในครรภ์ บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า และต้นจันทน์แดงผสมสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน ต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้ตกเลือด และโรคคอพอก ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง
รากสามสิบ เกื้อหนุนความรัก และก็ กระชับความเกี่ยวข้องให้ชีวิตแต่งงาน คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ,แก้การอักเสบ ,บำรุงเลือด แก้ปวดรอบเดือน เมนส์มาแตกต่างจากปกติ ลดสภาวะมีบุตรยาก เสริมฮอร์โมนเพศหญิง กระชับช่องคลอด ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว บำรุงผิวพรรณ ลดสิวฝ้า ชลอความแก่ แก้อาการวัยทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asparagus racemosus Willd.
ตระกูล : Asparagaceae
ชื่ออื่น : สาวร้อยผัว รากศตวารี จ๋วงเครือ (เหนือ) ผักชีช้าง (จังหวัดหนองคาย) ผักหนาม (จังหวัดโคราช) สามร้อยราก (จังหวัดกาญจนบุรี) สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน ม้าสามต๋อน
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้เลื้อย เนื้อแข็ง ลำต้นสีเขียว มีหนามแหลม มักเลื้อยพันตันไม้อื่น เลื้อยยาว 1.5-4 เมตร เถากลมเรียบ เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม มีเหง้ารวมทั้งรากใต้ดินออกเป็นกระจุกคล้ายกระสวยออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย อวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว โตกว่าเถามากมาย ลำต้นมีหนาม เถาเล็กเรียว กลม สีเขียว ใบผู้เดียว แข็ง ออกรอบข้อ เป็นฝอยเล็กๆคล้ายหางกระรอก สีเขียวดก หรือเป็นกลุ่ม 3-4 ใบ เรียงแบบสลับ ใบรูปเข็ม กว้าง 0.5-1 มม. ยาว 3-6 ซม. แผ่นใบมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีหนามที่ซอกกระจุกใบ ก้านใบยาว 13-20 เซนติเมตร ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ แบบช่อกระจะ ยาว 2-4 เซนติเมตร ดอกย่อย สีขาว ขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมสดชื่น มี 12-17 ดอก ก้านดอกย่อย ยาวราว 2 มิลลิเมตร กลีบรวม มี 6 กลีบ เชื่อมกันเป็นหลอดรูปดอกเข็ม ปลายแยกเป็นแฉก ส่วนหลอดยาว 2-3 มม. ส่วนแฉกรูปช้อน ยาว 3-4 มม. กลีบบางรวมทั้งย่น เกสรเพศผู้ เชื่อมและอยู่ตรงกันข้ามกลีบรวม ขนาดเล็กมี 6 อัน ก้านยกอับเรณูสีขาว อับเรณูสีน้ำตาลเข้ม รังไข่รูปไข่กลับ ยาวราว 1 มม. อยู่เหนือวงกลีบ มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากยิ่งกว่า ก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็นสามแฉกขนาดเล็ก ผลสด ค่อนข้างจะกลม หรือเป็น 3 พู ผิวเรียบเป็นเงา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 มม. ผลอ่อนสีเขียวเมื่อสุกสีแดงหรือม่วงแดง เมล็ดสีดำ มี 2-6 เม็ด มีดอกช่วงเมษายนถึงมิถุนายน พบตามป่าโปร่ง หรือเขาหินปูน
สาวร้อยผัวหรือรากสามสิบ เป็นสมุนไพรไทยมีรสหวานเย็น ที่แอบแฝงไปด้วยสรรพคุณขนานเอก บำรุงเครื่องเพศในสตรี รวมทั้งยังเสริมสมรรถภาพทางเพศให้แก่ชาย
นิยมนำส่วนของใบอ่อน ยอดอ่อน ผลอ่อน ซึ่งมีกลิ่นหอมยวนใจเหมือนผักชีลาว มารับประทานเป็นผัก และนำส่วนของรากที่มีลักษณะเหมือนกระชาย แต่มีขนาดใหญ่แล้วก็ยาวกว่าอีกทั้งมีกลิ่นหอมหวน มาใช้ดองยาสมุนไพร ชูกำลังในสตรีด้วยสรรพคุณที่สอดคล้องกับชื่อที่เรียกชื่อกันว่า สาวร้อยสามี ที่สื่อความหมายได้ว่า ไม่ว่าสาวใด อายุเยอะแค่ไหน อยู่ในวัยมีรอบเดือนหรือหมดระดูก็ตาม ถ้าเกิดได้ทานหัวพืชจำพวกนี้บ่อยๆ จะช่วยให้ดูเป็นสาวกว่าวัย มีพลังทางเพศ และยังช่วยเพิ่มขนาดของทรวงอก ด้วยแนวทางนำรากสดมาต้มกินหรือไม่ก็อาจจะนำรากไปตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผงปั้นเป็นลูกกลอนผสมกับน้ำผึ้งกินก็ได้เช่นเดียวกันตามตำราอายุรเวท มีการใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในเพศหญิง ช่วยทำให้สตรีกลับมาเป็นสาวได้อีกรอบ
ในอินเดียก็เรียกสมุนไพรชนิดนี้คล้ายกับประเทศไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตาวรี (Shtavari) แสดงว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางแบบเรียนพูดว่าคือ เพศหญิงที่มีร้อยผัว “Satavari” (this is an India word meaning’a woman who has a hundred husbands) รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือ พระเวท ซึ่งเป็นคำภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วย จึงคงจะนับได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว แล้วก็ในอินเดียใช้ รากสามสิบ ทำเป็นของหวานเช่นเดียวกับเมืองไทย
ในแบบเรียนอายุรเวทใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในหญิง สำหรับการทำให้หญิงกลับมาเป็นสาว (Female rejuvention) นอกเหนือจากนั้นยังช่วยขจัดปัญหาอื่นๆของเพศหญิงอย่างเช่น ภาวการณ์ระดูไม่ดีเหมือนปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศถดถอย ภาวการณ์หมดปะจำเดือน(menopause) และใช้บำรุงน้ำนมบำรุงครรภ์ คุ้มครองป้องกันการแท้ง (habitual abortion) รวมทั้งอาการที่ไม่พึงปรารถนาอื่นๆของหญิง
หากแม้สมุนไพรชนิดนี้จะโดดเด่นต่อสตรีเพศแล้ว ในอินเดียยังใช้สำหรับการเพิ่มพลังทางเพศให้กับเพศชายอีกด้วย ซึ่งก็คงจะคล้ายกับทางภาคเหนือของไทยที่ใช้สาวร้อยสามี หรือที่เรียกในภาคเหนือว่า “ม้าสามต๋อน” เป็นยาดองเพื่อเพิ่มพลังทางเพศชาย และก็ยังคงใช้เพื่อสรรพคุณทางยาอื่นๆอีกมาก เป็นต้นว่า ยาแก้ไอ ยารักษาโรคกระเพาะ ยาแก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งจัดได้ว่าสมุนไพรประเภทนี้เป็นสมุนไพร ที่ใช้เยอะที่สุดในประเทศอินเดียประเภทหนึ่ง เดี๋ยวนี้มีสารสกัดด้วยน้ำ ของรากสามสิบ จากอินเดียไปจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement หรือพวกอาหารเสริมที่สามารถขายได้ ทั่วๆไปไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

คุณประโยชน์สมุนไพรรากสามสิบ (รากศตวารี)
ช่วยสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง
แก้ปวดรอบเดือน
แก้ประจำเดือนมาไม่ดีเหมือนปกติ
แก้อาการตกขาว
จัดการกับปัญหาช่องคลอดอักเสบ ช่วยขจัดกลิ่นในช่องคลอด
ช่วยให้ช่องคลอดกระชับ
แก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก คุ้มครองป้องกันการแท้งลูก
บำรุงน้ำนม
ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
ช่วยระบาย ขับเยี่ยว
ลดกลิ่นตัว กลิ่นปาก
ช่วยเพิ่มขนาดอก แล้วก็สะโพก
กระชับสัดส่วน
ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
บำรุงเลือด และก็บำรุงหัวใจ
บำรุงฮอร์โมนเพศ
บำรุงผิวพรรณ
ลดสิว ลดฝ้า ช่วยผิวขาวใส
แก้อาการวัยทอง ชะลอความแก่
ใช้รักษาโรคตับ ปอดทุพพลภาพ
ชูกำลัง แก้กระษัย
ข้อพึงระวังสำหรับการใช้รากสามสิบ
รายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่ารากสามสิบมีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ฉะนั้นก็เลยห้ามประยุกต์ใช้ในสตรีที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโรคมะเร็ง ได้แก่ คนเจ็บโรค uterine fribrosis หรือ fibrocystic breast
ผลจากการศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยสมุนไพรรากสามสิบ
การเล่าเรียนในหนูแรทของสารสกัดรากด้วยเอทานอลต้นรากสามสิบ แบ่งเป็น 2 ช่วงหมายถึงตอนทันควัน แล้วก็ตอนยาวต่อเนื่อง
โดยการศึกษาเล่าเรียนในระยะฉับพลันป้อนสารสกัดเอทานอลต้นรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กิโลกรัม ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นเบาหวาน รวมทั้งหนูแรทที่เป็นโรคเบาหวานจำพวกที่ 1 แล้วก็ ประเภทที่ 2 พบว่าไม่เป็นผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แม้กระนั้นช่วยให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของเดกซ์โทรส (glucose tolerance) ในนาทีที่ 30  และการศึกษาช่วงยาวต่อเนื่องโดยป้อนสารสกัดเอทานอลรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กิโลกรัมวันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ขณะที่หนูเบาหวานกรุ๊ปควบคุมได้รับน้ำในขนาดที่เสมอกัน พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และก็เพิ่มระดับของอินซูลิน 30% เมื่อเทียบกับกลุ่มเบาหวานควบคุม นอกนั้นยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน แล้วก็เพิ่มกลัยโคเจนที่ตับเมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปเบาหวานควบคุม จากการศึกษาเล่าเรียนในครั้งนี้สรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการหยุดยั้งการสรุปยและก็การดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต และการเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งต้นรากสามสิบคงจะมีสาระในการเอามารักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
ที่มา : หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

6

รากสามสิบ
รากสามสิบ คุณประโยชน์สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพที่คนอยากมีลูกห้ามพลาด
          รากสามสิบ สรรพคุณเด่นๆของสมุนไพรตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งหลายๆคนอาจเคยได้เห็นสมุนไพรรากสามสิบแบบแคปซูลกันมาบ้าง แล้วทราบไหมขาว่า คุณประโยช์จากรากสามสิบ สมุนไพรตัวเด็ดนี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยคนอยากมีลูกเท่านั้น
รากสามสิบ สมุนไพรนี้มีที่มา
          รากสามสิบแท้จริงแล้วถูกเรียกหลายชื่อมากมายๆดังเช่นว่า สาวร้อยสามี จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ) ผักชีช้าง ผักหนาม (ภาคอีสาน) สามร้อยราก สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน หรือม้าสามต๋อน มีชื่อสามัญว่า Shatavari
          ส่วนลักษณะต้นรากสามสิบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีหนามแหลม มีเหง้ารวมทั้งรากใต้ดินคล้ายรากของต้นกระชาย ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว แยกเป็นช่อ มีกลิ่นหอมหวน ฯลฯที่ส่งผลสดลักษณะกลม ผิวเรียบมัน และมีเมล็ดสีดำ
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี
คุณประโยชน์รากสามสิบ
          รากสามสิบถูกเปรียบเทียบให้เป็นพลังที่การฟื้นฟูความสาว (Female Rejuvenation) เป็นยาโบราณที่หมอแผนโบราณรวมทั้งแพทย์สมุนไพรใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งก็นับเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อสาวร้อยสามี ชื่อเล่นอีกชื่อของรากสามสิบนั่นเอง โดยคนสมัยเก่ามักจะนำรากมาต้มรับประทานหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ซึ่งบอกต่อๆกันว่า จะช่วยบำรุงสตรีให้ไมว่าจะอายุเยอะแค่ไหนก็มีลูกได้ง่าย
          ยิ่งไปกว่านี้สมุนไพรรากสามสิบยังผ่านการศึกษาค้นคว้าวิจัยคุณประโยชน์มามาก โดยพบว่า รากสามสิบมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาตามนี้ประจำตัวอยู่ด้วย
          - ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งเชื้อรา
          - คลายกล้ามมดลูก
          - บำรุงหัวใจ
          - ลดการอักเสบ
          - แก้ปวด
          - ยับยั้งโรคเบาหวาน
          - ปราบเซลล์ของโรคมะเร็ง
          - กระตุ้นภูมิต้านทาน
รากสามสิบ
          - ต้านทานภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
          - ลดระดับไขมันเลือด
          - คุ้มครองปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
          - ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นจากความดันโลหิตสูง
          - มีฤทธิ์ใกล้เคียงฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)
          - ช่วยสร้างสมดุลฮอร์โมนผู้หญิง
          - ขับน้ำนม
          - ช่วยให้การตกไข่สมบูรณ์
          - ช่วยทำนุบำรุงกำลังท่านชาย
          - เสริมความแข็งแรงของน้ำอสุจิอสุจิ
          - ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
          - ลดอาการกรดเกินในกระเพาะอาหาร
          - ยับยั้งพิษต่อตับ
          - แก้ริดสีดวงทวาร
          - ขับลม
          - ขับปัสสาวะ
          - ขับเสลด
          - บำรุงเด็กในท้อง
          - แก้ตกเลือด
          - รักษาโรคคอพอก
          - แก้ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว
          - ฝนรากทาเป็นยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้
          - กระตุ้นประสาท ชูกำลัง
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี
          แล้วก็ด้วยคุณประโยชน์ของรากสามสิบที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยาจีงได้ศึกษาค้นคว้าเรื่อง ผลของสารสกัดรากสามสิบต่อการคุ้มครองการสลายเนื้อกระดูกและก็อวัยวะสืบพันธุ์ ในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ เพราะเล็งเห็นว่า โรคกระดูกพรุนซึ่งมักจะเกิดกับผู้หญิงมากยิ่งกว่าเพศชายนั้น มีสาเหตุหลักจากการลดน้อยลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนคราวหลังหมดรอบเดือน โดยได้ผลการทดลองมาว่า หนูที่ได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบภายหลังจากถูกตัดรังไข่ มีน้ำหนักมวลกระดูกที่มากกว่ากลุ่มหนูถูกตัดรังไข่แต่ว่าไม่ได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบ
          ยิ่งไปกว่านี้สารสกัดรากสามสิบยังไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่า สารสกัดรากสามสิบอาจมีประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการคุ้มครองการสลายของเนื้อกระดูกในหนูทดลองได้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆก็ตามต่ออวัยวะสืบพันธุ์ ทว่ายังคงจำต้องทดลองเพิ่มเติมอีกเพื่อวิจัยว่า สารสกัดรากสามสิบจะส่งผลกระทบใดๆกับอวัยวะอื่นไหม
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี       

หารากสามสิบได้จากที่ไหน
          ถึงแม้ต้นรากสามสิบจะยังมีให้มองเห็นอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปขุดหารากสามสิบมาต้มกินให้อ่อนแรง เนื่องจากว่าตอนนี้มีสารสกัดรากสามสิบในรูปแคปซูลมาให้เลือกซื้อเยอะแยะ แต่ดังนี้ควรจะตรวจดูให้แน่ว่าแคปซูลรากสามสิบมีเครื่องหมายการค้าและก็ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของกินและยาหรือไม่
          แต่ว่าถ้าหากคนใดกันสามารถหาต้นรากสามสิบสดๆได้ จะนำมาต้มยากินเองเราก็มีสูตรยาสมุนไพรรากสามสิบมาให้ด้วยจ้ะ
น้ำรากสามสิบ (สูตรเริ่มแรก)
     ส่วนประกอบ

  • สมุนไพรรากสามสิบ ใช้ส่วนราก 2.5 โล
  • น้ำ 10 ลิตร


     แนวทางการทำ

  • นำรากสามสิบมาล้างให้สะอาด
  • ปอกเปลือกและก็ดึงไส้ออก
  • หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ล้างให้สะอาดอีกรอบ
  • ต้มน้ำให้เดือด
  • ใส่รากสามสิบ ลงในหม้อต้ม
  • เคี่ยวโดยประมาณ 3 ชั่วโมง
  • ชิมรส แล้วก็สามารถเติมน้ำตาลกรวดหรือใบเตยเพิ่มความหอมลงไปได้
รากสามสิบแช่อิ่ม
     ส่วนประกอบ

  • สมุนไพรรากสามสิบ ใช้ส่วนราก 2.5 กิโล
  • น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม
  • น้ำ 5 ลิตร
    กระบวนการทำ

  • นำรากสามสิบมาล้างให้สะอาด
  • ปอกเปลือกและก็ดึงไส้ออก
  • หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ล้างให้สะอาดอีกครั้ง
  • ต้มน้ำให้เดือด
  • เพิ่มน้ำตาล ลงในหม้อต้ม
  • เคี่ยวกระทั่งน้ำตาลละลายหมด
  • ใส่รากสามสิบ
  • เคี่ยวต่อจนถึงเป็นสีเหลืองทอง
รากสามสิบ
ข้อควรคำนึงสำหรับในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ
          เนื่องมาจากสมุนไพรรากสามสิบออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงจัดเป็นยาสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัยนักต่อเพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น คนที่มีอาการป่วยด้วยโรคเนื้องอกในมดลูก (Uterine Fribrosis) หรือมีก้อนเนื้อในเต้านม (Fibrocystic Breast) เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าวไม่ว่าจะใช้สมุนไพรอะไรก็ควรขอคำแนะนำแพทย์ก่อนจะเหมาะสมที่สุดนะคะ       
          มองเห็นสรรพคุณรากสามสิบกันไปแล้วหลายท่านเริ่มพึงพอใจอยากหารากสามสิบมาบำรุงสุขภาพกันบ้าง แต่ก็อย่าลืมที่เตือนไว้นะคะ ก่อนซื้อแคปซูลรากสามสิบมากิน ควรสำรวจที่มาและยี่ห้อ และก็การยืนยันจากหน่วยงานที่น่าไว้วางใจด้วย http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

7
อื่นๆ / ความเป็นมาของต้นราชพฤกษ์
« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2018, 08:37:03 AM »

ราชพฤกษ์
ที่มาที่ไปของต้นราชพฤกษ์
   จากอดีตกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมากว่า 50 ปี ทางด้านราชการมีความบากบั่นหลายหนสำหรับเพื่อการกำหนดให้มีเครื่องหมายประจำชาติไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นการกำหนด ต้นไม้ และก็ ดอกไม้ ประจำชาติ เริ่มต้นที่กรมป่าไม้ได้เชื้อเชิญให้พลเมืองพึงพอใจต้นราชพฤกษ์หรือคูณมาตั้งแต่ช่วงปี พุทธศักราช2494 โดยรัฐบาลมีมติให้ถือวันที่ 24 เดือนมิถุนายน เป็นวันต้นไม้รายปีของชาติ (arbour day) มีการเชิญให้ปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์ประเภทต่างๆจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ได้มีการเสนอว่า ต้นราชพฤกษ์ น่าจะนับว่าเป็นต้นไม้ประจำชาติ
ราชพฤกษ์
   กระทั่งในปี พุทธศักราช2506 มีการสัมมนาเพื่อระบุสัญลักษณ์ต้นไม้และก็สัตว์ประจำชาติเป็นครั้งแรก โดยกรมป่าไม้ได้เสนอให้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ พืชที่มีความมงคลที่มีสาระรวมทั้งรู้จักกันอย่างล้นหลามฯลฯไม้ประจำชาติ สำหรับสัตว์ประจำชาติก็คือ ช้างเผือก สัตว์ที่มีคุณค่าเกี่ยวพันกับจารีตประเพณีไทยและก็ประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน การเสนอคราวนั้นไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุนี้ตลอดระยะเวลาก่อนหน้าที่ผ่านมาสัญลักษณ์ที่บ่งถึงความเป็นเอกราชยก็เลยมีนานาประการ ตั้งแต่สถานที่สำคัญๆ สัตว์ ดอกไม้ ที่ชาวไทยเคยชินรวมทั้งพบเจอบ่อยครั้ง อย่างเช่น พระปรางค์วัดอรุณฯ เรือสุพรรณหงส์ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา แมวไทย เหมือนกับ ต้นราชพฤกษ์ รวมทั้ง ช้างเผือก ยังคงถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติตลอดมา
            ปี พ.ศ.2530 มีการสนับสนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์อีกที เพื่อเป็นการสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยมีการสนับสนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ทั่วประเทศจำนวน 99,999 ต้น ขณะนี้จึงมีต้นราชพฤกษ์อยู่มากมายทั่วราชอาณาจักรไทย
            ผลสรุปเรื่องเครื่องหมายประจำชาติดูเหมือนจะยังคลุมเครือ กระทั่งช่วงปี พุทธศักราช2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้นำเรื่องดังกล่าวมาแล้วข้างต้นกลับมาเสนออีกที และก็มีบทสรุปเสนอให้มีการระบุสัญลักษณ์ประจำชาติ 3 สิ่งเป็น ดอกไม้ สัตว์รวมทั้งสถาปัตยกรรม และก็การพิเคราะห์ที่ผ่านมาเสนอให้กำหนดดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกราชพฤกษ์ สัตว์ประจำชาติ คือ ช้างไทย แล้วก็สถาปัตยกรรมประจำชาติเป็น ศาลาไทย
            เหตุที่เลือก ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติเพราะว่ามีความเหมาะสมในหลายๆด้านหมายถึงเป็นดอกไม้จากต้นไม้ที่ถูกเสนอให้ฯลฯไม้ประจำชาติเมื่อครั้งที่กรมป่าไม้เสนอไว้ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน แข็งแรง ปลูกขึ้นได้ดิบได้ดีทั่วทุกภาคของประเทศ ฯลฯไม้พื้นเมืองที่รู้จักแพร่หลาย มีชื่อเรียกหลายชื่อต่างกันในแต่ละภาค อาทิเช่น ลมแล้ง คูน อ้อดิบ ราชพฤกษ์เป็นพืชที่มีความมงคลใช้ประโยชน์ในพิธีสำคัญๆดังเช่นว่า ลงหลักเมือง ลงเสาฤกษ์ ทำคฑาจอมพลแล้วก็ยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ในช่วงฤดูร้อนราชพฤกษ์จะออกดอกสะพรั่งต้น ช่อดอกมีทรงสวย สีเหลืองสวยงามเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ และก็เป็นสีเดียวกับวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากนั้นความงดงามของช่อดอก และก็ความหมายที่ดียังถูกจำทดลองแบบประดับประดาไว้บนอินทรธนูของเจ้าหน้าที่รัฐอีกด้วย
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
ส่งดอกไม้ประจำชาติไทย คือ ดอกราชพฤกษ์ (Golden shower) หรือ ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ของ ดอกราชพฤกษ์หมายถึงCassia fistula
           ดอกไม้สีเหลืองอร่ามที่พบได้บ่อยเห็นได้ทั่วๆไปตามริมถนนสายต่างๆเป็นสีสันของ ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ต้นไม้มงคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย ทั้งเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนภายในบ้านทรงเกียรติยศชื่อ เสียงมากขึ้นด้วย ยิ่งใกล้เข้าสู่เวลาแห่งการเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้านอาเซียนกันแล้ว ในวันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเนื้อหาเกี่ยวกับดอกไม้ประจำชาติไทยอย่าง ดอกราชพฤกษ์ มาให้ทำความรู้จักกันแรง
ประวัติดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้ประจำถิ่นของเอเชียใต้ ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ รวมทั้งศรีลังกา โดยนิยมนำมาปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเจริญวัยเจริญใน แล้วก็เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2506 แม้กระนั้นก็ยังมิได้บทสรุปชัดแจ้ง จนกระทั่งมีการลงชื่อให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 ต.ค. พุทธศักราช 2544

ดอกไม้ประจำชาติไทย
           ด้วยเหตุว่า ต้นราชพฤกษ์ มีดอกสีเหลืองยกช่อ ดูสง่างาม ทั้งยังยังมีสีตรงกับ สีทุกวันพระราชการบังเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" แล้วก็มีการเซ็นชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นเลิศใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย รวมทั้ง 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เพราะเป็นต้นไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แล้วก็มีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวพันกับจารีตประเพณีสำคัญๆในไทยและก็ฯลฯไม้มงคลที่นิยมปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้มากมาย อาทิเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังยังใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ ฯลฯ
  • มีสีเหลืองงาม พุ่มงามเต็มต้น เปรียบเทียบเป็นเครื่องหมายที่พุทธศาสนา
  • มีอายุยืนนาน และคงทน
ลักษณะทั่วไป
           ฯลฯไม้ขนาดกึ่งกลาง สูงโดยประมาณ 10-20 เมตร ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองสวยงาม แต่ละช่อยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร โดยกลีบดอกจะเป็นสีเหลือง 5 กลีบ ส่งผลยาวราว 30-60 ซม. มีกลิ่นฉุน แล้วก็มีเม็ดที่เป็นพิษ
การปลูกดอกราชพฤกษ์
           นิยมปลูกด้วยเม็ด โดยจะมีการเจริญวัยช้าในตอน 1-3 ปีแรก แต่ต่อไปจะมีการเติบโตเร็วขึ้น และก็ออกดอกตอนอายุประมาณ 4-5 ปี
การดูแลรักษา
           แสงสว่าง : ต้องการแดดจัด หรือกลางแจ้ง และเติบโตได้ดีในที่โล่งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ชอบน้ำน้อย ควรจะรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับลักษณะอากาศร้อนก้าวหน้า
           ดิน : สามารถเจริญเติบโตก้าวหน้าในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอก ในอัตรา 2-3 กิโลต่อต้น แล้วก็ควรจะให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
การขยายพันธุ์
           แนวทางแพร่พันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยมเป็นการเพาะเมล็ด โดยใช้เม็ดใหม่ๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่จำเป็นต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน ด้วยเหตุว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ ต่อจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ข้ามวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือจำนวนพอเพียงหล่อเลี้ยงเม็ดได้ แล้วต่อจากนั้นทิ้งเอาไว้อีกคืนก็จะเจอรากแตกหน่อ แล้วก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าเป็นต้นพืชที่มีความมงคล ที่ควรจะปลูกเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และก็แม้ปลูกเอาไว้ภายในบ้านจะช่วยทำให้ทรงเกียรติตำแหน่ง เกียรติยศ และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยศาสตร์ โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เพราะเหตุว่าเป็นพืชที่มีความมงคลนาม http://www.disthai.com/

8
อื่นๆ / ตะไคร้มีสรรพคุณ-ประโยชน์อย่างไร
« เมื่อ: สิงหาคม 09, 2018, 12:43:32 PM »

ตะไคร้
ตะไคร้ ชื่อสามัญ Lemongrass
ตะไคร้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon citratus (DC.) Stapf จัดอยู่ในสกุลต้นหญ้า (POACEAE หรือ GRAMINEAE)
ตะไคร้จัดเป็นไม้ล้มลุกเชื้อสายต้นหญ้า ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบมีขนหนาม เป็นสมุนไพรไทยประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาทำกับข้าว โดยตะไคร้แบ่งได้ 6 จำพวก ดังเช่น ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค รวมทั้งตะไคร้หางสิงห์ ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทั่วไปในบ้านเรา โดยมีถื่นกำเนิดในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ศรีลังกา และก็ไทย
ตะไคร้ เป็นยารักษาโรคแล้วก็ยังมีวิตามินแล้วก็แร่ที่มีสาระต่อสภาพร่างกายอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก อื่นๆอีกมากมาย
คุณประโยชน์ของตะไคร้
มีส่วนช่วยสำหรับในการขับเหงื่อ
เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญก้าวหน้า (ต้นตะไคร้)
มีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยสำหรับการเจริญอาหาร
ช่วยแก้อาการไม่อยากอาหาร (ต้น)
สารสกัดจากตะไคร้มีส่วนช่วยสำหรับการคุ้มครองป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
แก้แล้วก็บรรเทาอาการหวัด อาการไอ
ช่วยรักษาลักษณะของการมีไข้ (ใบสด)
ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ (ราก)
น้ำมันหอมระเหยของใบตะไคร้สามารถทุเลาลักษณะของการปวดได้
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
ช่วยรักษาโรคความดันเลือดสูง (ใบสด)
ใช้เป็นยาแก้คลื่นไส้ถ้าเกิดใช้ประโยชน์ร่วมกับสมุนไพรประเภทอื่นๆ(หัวตะไคร้)
ช่่วยแก้อาการกษัยเส้นรวมทั้งแก้ลมใบ (หัวตะไคร้)
รักษาโรคอาการหอบหืดด้วยการใช้ต้นตะไคร้
ช่วยแก้อาการเสียดแน่นแสบรอบๆทรวงอก (ราก)
ใช้เป็นยาแก้อาการปวดท้องและอาการท้องร่วง (ราก)
ช่วยแก้และบรรเทาลักษณะของการปวดท้อง
ช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ (หัวตะไคร้)
ช่วยในการขับน้ำดีมาช่วยในการย่อยของกิน
น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้มีส่วนช่วยลดการบีบตัวของไส้ได้
มีฤทธิ์ช่วยสำหรับการขับเยี่ยว
ช่วยแก้อาการเยี่ยวทุพพลภาพและรักษาโรคนิ่ว (หัวตะไคร้)
ช่วยแก้อาการขัดเบา (หัวตะไคร้)
ใช้เป็นยาแก้ขับลม (ต้น)
ช่วยรักษาอหิวาต์
ช่วยแก้ลมอัมพาต (หัวตะไคร้)
ใช้เป็นยารักษาโรคเกลื้อน (หัวตะไคร้)
น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ สามารถช่วยต่อต้านเชื้อราบนผิวหนังได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วยแก้โรคหนองใน ถ้านำไปผสมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆ

คุณประโยชน์ซึ่งมาจากตะไคร้
นำมาใช้ทำเป็นน้ำตะไคร้หอม น้ำตะไคร้ใบเตย ช่วยดับร้อนแก้หิวได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วยสำหรับการบำรุงและรักษาสายตา
มีส่วนช่วยสำหรับในการบำรุงกระดูกและก็ฟันให้แข็งแรง
มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการบำรุงสมองและเพิ่มสมาธิ
สามารถประยุกต์ใช้ทำเป็นยานวดได้
ช่วยขจัดปัญหาผมแตกปลาย (ต้น)
มีฤทธิ์เป็นยาช่วยสำหรับเพื่อการนอนหลับ
การปลูกตะไคร้ร่วมกับผักชนิดอื่นๆจะช่วยป้องกันแมลงได้อย่างดีเยี่ยม
ประยุกต์ใช้เป็นองค์ประกอบของสารระงับกลิ่นต่างๆ
ต้นตะไคร้ช่วยขจัดกลิ่นคาวหรือเหม็นคาวของปลาได้เป็นอย่างดี
กลิ่นหอมของตะไคร้สามารถช่วยไล่ยุงและกำจัดยุงได้อย่างดีเยี่ยม
เป็นส่วนประกอบของสินค้าประเภทยากันยุงจำพวกต่างๆยกตัวอย่างเช่น ยากันยุงตะไคร้หอม
สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด อย่างเช่น เครื่องปรุงอบแห้ง ตะไคร้แห้งสำหรับชงดื่ม นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ฯลฯ
มักนิยมประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาหารหลายแบบ ดังเช่นว่า ต้มยำ และก็ของกินไทยอื่นๆเพื่อเพิ่มรส
แนวทางทําน้ําตะไคร้หอม
คุณประโยชน์ตะไคร้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ ตะไคร้ 1 ต้น / น้ำเชื่อม 15 กรัม / น้ำ 240 กรัม
ล้างตะไคร้ให้สะอาด แล้วเอามาหั่นเป็นท่อน ทุบให้แตก
ใส่ลงหม้อต้มกับน้ำให้เดือด จวบจนกระทั่งน้ำตะไคร้ออกมาผสมกับน้ำกระทั่งเป็นสีเขียว
รอสักประเดี๋ยวแล้วชูลง หลังจากนั้นกรองเอาตะไคร้ออกแล้วเพิ่มน้ำเชื่อมให้ได้รสตามพอใจ
เสร็จแล้ววิธีทำน้ำตะไคร้
วิธีทําน้ําตะไคร้ใบเตย
น้ำตะไคร้ การทําน้ําตะไคร้ใบเตยนั้นสิ่งแรกให้ตระเตรียมวัตถุดิบดังนี้ ตะไคร้ 2 ต้น / ใบเตย 3 ใบ / น้ำ 1-2 ลิตร / น้ำตาลแดง 2 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ก็ได้)
นำตะไคร้มาทุบให้แหลกพอสมควร แล้วก็ใช้ใบเตยมัดตะไคร้ไว้ให้เป็นก้อน
ใส่ตะไคร้รวมทั้งใบเตยลงไปในหม้อแล้วเพิ่มเติมน้ำ 1 ถึง 2 ลิตร แล้วต้มให้เดือดสักประมาณ 5 นาที เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยสำหรับวิธีการทําน้ํา ตะไคร้
โดยตะไคร้และก็ใบเตยชุดเดียวกัน สามารถเติมน้ำสุกใหม่ได้ 2-3 รอบ แต่ว่ารสบางทีอาจจืดชืดลงไปบ้าง นำมาดื่มแทนน้ำช่วยเพิ่มความสดชื่น แถมช่วยทำนุบำรุงสุขภาพอีกด้วย
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของตะไคร้
การศึกษาของตะไคร้ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 143 กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย โปรตีน 1.2 กรัม ไขมัน 2.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 29.7 กรัม เส้นใย 4.2 กรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม เหล็ก 2.6 มิลลิกรัม วิตามินเอ 43 ไมโครกรัม ไทอามีน 0.05 มก. ไรโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม ไนอาสิน 2.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม แล้วก็ ขี้เถ้า 1.4 กรัม
โทษของตะไคร้
พิษของน้ำมันตะไคร้ จำนวนน้ำมันตะไคร้ ที่ทำให้หนูขาวตายที่กึ่งหนึ่งของจำนวนหนูขาวทั้งผอง ด้วยการให้ทางปาก  ที่ความเข้มข้น 5,000 มิลลิกรัม/กก. แล้วก็การให้น้ำมันหอมระเหยทางกระเพาอาหารแก่กระต่ายที่ทำให้กระต่ายตายที่ครึ่งเดียว พบว่า มีปริมาณความเข้มข้นเดียวกันกับการให้แก่หนูขาว พิษทันควันของน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่ความเข้มข้น 1,500 ppm ในช่วงเวลา 60 วัน กลับได้มาพบว่า หนูขาวที่ได้รับน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้มีการเติบโตเร็วกว่ากรุ๊ปที่ไม้ได้รับ แล้วก็ค่าทางเคมีของเลือดไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

9

เรามี(ขายพริกไทยดำ)นอกจากจะเป็นเครื่องเทศชูรสของกินที่คนไทยรู้จักกันมาอย่างเป็นเวลายาวนาน
แล้วก็นิยม(ขายพริกไทยดำ) ที่ได้รับการยอมรับ และก็ถูกใช้เป็น พืชสมุนไพร สำหรับรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของแพทย์แผนตะวันออก มานานหลายสิบปีแล้วซึ่งปกติแล้วได้(ขายพริกไทยดำ) แล้วก็ถูกเอาไปใช้กับ การดูแลรักษาโรคต่างๆดังเช่นว่า โรคกระเพาะ ไส้ แก้ปวด แก้อักเสบ เป็นต้นสำหรับในช่วงที่ความงามนี้ (ขายพริกไทยดำ) ได้รับการยอมรับ รวมทั้งความเชื่อถือจากกลุ่มของผู้ที่ต้องการ ลดความอ้วน ว่าเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพร ที่มีผู้นิยมขายสูงที่สุด
(ขายพริกไทยดำ)สรรพคุณแสนพิเศษ สำหรับเพื่อการช่วยสำหรับในการลดหุ่นได้อย่างดีเยี่ยม
จนถึง มีผลิตภัณฑ์ (ขายพริกไทยดำ)ลดน้ำหนัก ออกมาให้มองเห็นอย่างมากมายในตอนนี้สำหรับในวันนี้ จะขอพาคุณผู้หญิงไปเจาะลึก ถึงข้อดี ข้อบกพร่อง ของ พริกไทยดำ กัน…
(ขายพริกไทยดำ)ช่วยลดน้ำหนักมีดียังไง
นักวิจัยในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาและทำการค้นพบว่า มีการ(ขายพริกไทยดำ) คุณลักษณะสำหรับเพื่อการช่วยต้านความอ้วน เนื่องมาจาก สำหรับเพื่อการ(ขายพริกไทยดำ) มีส่วนประกอบของสารไพเพอร์รีน
ซึ่งจะมีลักษณะเด่นในเรื่องของ ความฉุน และก็รสชาติที่เผ็ดร้อน ที่ช่วยในการควบคุมยีนส์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุม การก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมทั้งทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย ให้มีจำนวนน้อยลง
ผลที่ได้ก็คือ น้ำหนักตัวลดลง ตามไปด้วย อวัยวะส่วนต่างๆที่เคยหย่อนยานคล้อย ก็จะมีความกระชับเข้ารูปเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ยังมีการ(ขายพริกไทยดำ) จะมีคุณลักษณะช่วยสำหรับเพื่อการลดหุ่นดังนี้ช่วยกำจัดเซลล์ไขมันที่อยู่ภายในร่างกายโดยการทำให้เซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกายตาย พร้อมกับ ควบคุมการเกิดขึ้นใหม่ของเซลล์ไขมัน ทำให้ซูบผอมลงแล้วก็กลับมาอ้วนอีกยากขึ้นช่วยให้ระบบที่ทำการย่อยอาหารมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงาน ที่ได้รับจากการทานอาหาร ไปใช้ได้อย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็มีคุณภาพเยอะขึ้นเมื่อมีการเผาผลาญพลังงาน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงไม่กระตุ้นให้เกิดการสะสมของไขมันภายในร่างกาย ซึ่งเป็นสำเหตุสำคัญ ที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความอ้วนขึ้น
วิธีการใช้พริกไทยดำเพื่อลดหุ่นถึงแม้ว่าการ(ขายพริกไทยดำ) จะไม่ใช่ ยาลดความอ้วน โดยตรง แม้กระนั้นก็เป็นสมุนไพรเกรดเอ ที่จะช่วยทำให้รูปร่างของคุณให้มีความสวยสดงดงามเปรียว โดยส่วนใหญ่แล้วการกินพริกไทยดำ เพื่อลดน้ำหนัก มักนิยมใช้การบรรจุพริกไทยดำป่นละเอียด รวมกับ(ขายพริกไทยดำ)สมุนไพรอื่นๆเอาไว้ในแคปซูล หรือกระทำการอัดเป็นเม็ด เพื่อให้สะดวกต่อการกิน
สำหรับเพื่อการ(ขายพริกไทยดำ) มีข้อดีในเรื่องของรสที่เผ็ดร้อน มีผลต่อเซลล์ไขมันให้ดำเนินการน้อยลง พร้อมทั้งยังทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่อยู่ภายในร่างกายได้อีกช่วยให้กระเนื่องจากว่าอาหารหลั่งกรดได้ดิบได้ดีเพิ่มขึ้น ทำให้ระบบการย่อยของอาหารดำเนินการได้ดี ด้วยเหตุดังกล่าว (ขายพริกไทย)ดำผลที่ได้รับเป็น ไขมันที่ลดน้อยลง และก็ยังทำให้ผิวหนังกระชับมายิ่งขึ้นอีกด้วยซึ่งในตอนนี้ มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดหุ่น โดยการใช้พริกไทยดำ เป็นส่วนประกอบหลักออกมาวางขายแล้วก็(ขายพริกไทยดำ)อยู่เป็นจำนวนมากแต่ในความเป็นจริงแล้ว การ(ขายพริกไทยดำ) มาใช้เพื่อการลดน้ำหนักนั้น เรามี(ขายพริกไทยดำ)สามารถซื้อหามาดัดแปลง ให้เป็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนได้ด้วยตัวเอง โดยมีหลักการง่ายๆดังต่อไปนี้
แนวทางการทำแคปซูลพริกไทยดำ เพื่อใช้สำหรับการกินด้วยตัวเอง
เนื่องมาจาก สามารถหาองค์ประกอบมาทำเองได้ อย่างไม่ยากนักในราคาที่ถูก โดยเริ่มจากการหาซื้อแคปซูลเปล่า ซึ่งหาซื้อได้จากร้านขายยาโดยทั่วไป
แล้วนำพริกไทยดำป่นละเอียด ที่หาซื้อได้จากร้านขายยาแผนโบราณ แล้วนำพริกไทยดำ มากคอยกเข้าไปในแคปซูลให้เต็ม
ต่อจากนั้นให้นำมารับประทาน ก่อนกินอาหาร ราวๆ 10 นาที โดยการรับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล เพื่อคุณภาพ สำหรับในการเผาผลาญพลังงานและไขมัน
แม้กระนั้นห้ามทำรับประทานหลังรับประทานอาหาร โดยเด็ดขาด เพราะเหตุว่าจะมีผลให้รู้สึกร้อน รวมทั้งมีอาการเรอ
รับประทานพริกไทยดำจำนวนมากๆติดต่อกันเป็นเวลานานๆระวังโรคมะเร็งสอบถามหา
แม้ พริกไทยดำ จะมีคุณสมบัติที่มีสาระมากมาย สักเท่าใด แม้กระนั้นถ้าเกิดกระทำการกินเข้าไปภายในร่างกาย เยอะมากๆๆเพื่อลดน้ำหนักแล้ว ก็ย่อมที่จะได้โอกาสเป็นผลข้างเคียงได้ ด้วยเหมือนกัน
เพราะวิธีขายพริกไทยดำ มีสารสารอัลคาลอยด์ ไพเพอร์ริน เมื่อไปสู่ร่างกายก็จะถูกทำปฏิกิริยา เปลี่ยนเป็น สารก่อโรคมะเร็งในกรุ๊ปของ เอนไนโตรโซไพเพอร์ริดีน
เมื่อกระทำการบริโภคเป็นระยะเวลาติดต่อกันเป็นเวลานานๆจะทำให้มีการสะสมสารเป็นพิษ กระทั่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสูง
แต่โดยธรรมดาแล้ว สารที่เป็นพิษพวกนี้ ได้โอกาสที่ร่างกายจะได้รับน้อยมาก หากใช้พริกไทยดำ เป็นเพียงแต่เครื่องปรุงสำหรับการกินอาหารตามเดิม ด้วยเหตุว่าร่างกายจะสามารถกำจัดออกได้เอง ตามธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านี้ ผู้ที่มีอาการป่วยเป็นโรคตา มีลักษณะอาการเจ็บคอ หรือเป็นโรคริดสีดวงทวาร ไม่ควรกินพริกไทยดำมากเกินไป เพราะเหตุว่าอาจทำให้อาการของโรคพวกนั้น เกิดการกำเริบขึ้นได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ขายส่งพริกไทยดำ

Tags : ขายส่งพริกไทยดำ,รับผลิตพริกไทยดำ,ผลิตอาหารเสริม

10

เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือมีผลยังไงต่อเซลล์ต่อมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันสูง แล้วก็โรคอื่นๆอันแสนเพลียที่จะรักษา ติดตามผลวิจัยยืนยันสรรพคุณได้ในเนื้อหานี้จ้ะ
บทความพวกนี้อ้างอิงคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือจากผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยยืนยันจากที่ต่างๆเพื่อสหายได้พิเคราะห์ด้วยตัวเองว่ารักษาโรคได้ดีแค่ไหนรวมทั้งน่าเชื่อถือแค่ไหน หากเพื่อนฝูงๆเคยอ่านบทความเกี่ยวกับสรรรพคุณหรือการค้นคว้าเกี่ยวกับเห็ดหลินจือจากที่อื่นมาก่อน แล้วรู้สึกอ่านไม่ง่ายเท่าไรหรือไม่เข้าใจ บทความในเว็บไซต์นี้นักเขียนได้คัดเลือกและก็รวบรวมจากหลายที่รวมทั้งเขียนในภาษาที่อ่านง่ายที่สุดเท่าที่จะทำเป็น
เพื่อนๆถูกใจบทความนี้ก็จะเป็นอันมากใจให้นักเขียนได้บทความดีๆให้เพื่อนฝูงอ่านกันอีกต่อไปบทความเห็ดหลินจือรักษาโรคเด็ดๆที่สหายๆจะต้องถูกใจ
ระบบภูมิคุ้มกันคือกลไกการกำจัดเชื้อโรค สารเคมีแปลกปลอม เซลล์ของมะเร็ง และสิ่งแปลกปลอมอื่ๆที่จะเข้ามาทำอัตรายต่อร่างกายพวกเรานั้นเอง ด้วยเหตุนั้นถ้าหากเพื่อนๆมีระบบระเบียบภูมิคุ้มกันดีก็จะไม่เจ็บไข้ง่าย หรือถ้าหากป่วยไข้ก็จะฟื้นเร็ว แต่ว่าถ้าเกิดระบบภูมิต้านทานไม่ดีก็จะเจ็บไข้หลายครั้งและก็เป็นหนักกว่าคนที่มีระบบูมิคุ้มกันแข็งแรง มาถึวที่ตรงนี้แล้วเพื่อนฝูงๆอาจจะเห็นความสำคัญของการมีระบบระเบียบภูมิต้านทานที่แข็งแรงกันแล้ว
ชาวจีนโบราณใช้เห็ดหลินจือมานานกว่า 2000 ปีแล้ว แต่ว่าในยุคนั้นยังไม่มีผู้ใดพิสูจน์ได้ว่าเพราะเหตุใดทานเห็ดหลินจือถึงแก่ยืนรวมทั้งแข็งแรงไม่ค่อยเป็นโรค เดี๋ยวนี้พวกเราสมารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสารกลุ่ม Polysacchayide ในเห็ดหลินจือนั้นสามารถสร้างเสริมภูมิต้านทานให้กับเราได้จริง สารกรุ๊ปดังที่กล่าวถึงมาแล้วสามารถกระตุ้นการสร้าง Interleukin และ Immuoglodulin ซึ่งทำให้ระบบภูเขามปกป้องดีรวมทั้งแข็งแรงขึ้น
ระบบภูมิต้านทานที่ถูกเสริมด้วยสาร Polysaccharide ในเห็ดหลินจือจะสามารถต้านทานวรัส เซลล์มะเร็ง และจำกัดสารอนุมูลอิสระก้าวหน้าขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยทำให้ถูกผลข้างเคียงที่โดนยาต่อต้านโรคมะเร็งบางตัวและกระบวนการทำคีโมกดภูมิคุ้มกันให้มีระบบระเบียบภูมิต้านทานดีขึ้นอีก และเห็ดหลินจือยังมีสารออกฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเชื้อ HIV อีกด้วย ซึ่ง กลุ่มดังที่กล่าวถึงแล้วเป็นกลุ่ม Bitter Triterpenoids
A
นักค้นคว้าได้ศึกษาและทำการค้นพบสารหลายชนิดในเหล็ดหลินจือที่ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดเป็นGanoderic Acid แล้วก็ Lucidenic Acid ซึ่งสาร 2 จำพวกที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นอกจากช่วยลดไขมันในเส้นโลหิตได้แล้ว ยังคุ้มครองปกป้องไม่ให้ไขมันอุดตันเส้นเลือดได้โดยตรงอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นยังมีสารกลุ่ม Nucleotide ซึ่งสามารถช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นเลือด แล้วก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้อีกด้วย
ได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ญี่ปุ่นทดสอบให้สารสกัดเห็ดหลินจือกับคนที่เป็นโรคไขมันเส้นโลหิตสูง 70 ราย และทำเก็บผลการทดลองภายหลังผ่านไป 3 เดือน พบว่าวัวเรสเตอรอคอยลของผู้รับการทดลองน้อยลงไปถึง 74% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลงานวิจัยจากทั่วโลก และยังพบว่าเห็ดหลินจือ เว้นแต่ช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นโลหิตแล้ว ยังเป็นเหตุให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ จึงอาจจะบอกได้ว่า เครื่องพิสูจน์ทางคุณลักษณะรวมทั้งคุณประโยช์จากเห็ดหลินจือยังคงมีจำกัด บาง การค้นคว้าเป็นการทดลองขนาดเล็ก หลักฐานที่ได้ยังไม่มีคุณภาพพอเพียง หรือเป็นเพียงการทดสอบในผู้ป่วยบางกรุ๊ปเพียงแค่นั้น ประสิทธิผลของเห็ดหลินจือต่อโรคมะเร็ง ก็เลยยังคงเป็นหัวข้อการค้นคว้าที่ควรปฏิบัติการทดลองต่อไป เพื่อได้สำเร็จลัพ์ที่แจ้งชัด และก็เป็นประโยชน์ในวงกว้างต่อการดูแลรักษาคนไข้มะเร็งได้ในอนาคต

สภาวะต่อมลูกหมากโต แล้วก็การเจ็บป่วยในระบบทางเท้าเยี่ยว
มีขั้นตอนการทดลองหนึ่งที่ใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือทดลองในผู้เจ็บป่วยเพศ 88 รายซึ่งมีอายุเกินกว่า 49 ปีขึ้นไป ที่มีอาการฉี่ติดขัด ข้างหลังการทดลองกว่า 12 อาทิตย์ ผลที่ได้เป็น ผู้ป่วยต่างหรูหราคะแนน IPSS ที่ ( TNE lnternational Prostate Symptom Score )ซึ่งเป็นค่าคะแนนสากลสำหรับเพื่อการวัดปัญหาในระบบทางเท้าปัสวะของผู้เจ็บป่วยจากการตอบคำถาม แต่กลับไม่ปรากฏผลในเชิงความเคลื่อนไหวคุณภาพชีวิต การขับถ่ายปัสวะ หรือขนาดของต่อมลูกหมากแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ การทดสอบดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็เลยยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาสตร์ที่ชัดแจ้งพอเพียง ควรต้องมีการค้นคว้าทดลองในด้านนี้ต่อไปในอนาคต เพื่อค้นหาหลังฐานที่เด่นชัดในการสรุปเกี่ยวกับประสิทธิของเห็ดหลินจือต่อการรักษาภาวการณ์ต่อมลูกหมากโตหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพใดๆก็ตามที่เกี่ยวโยง
ลดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจ
จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางด้านการแพทย์ 5 ราการ ซึ่งมีผู้เจ็บป่วยเบาหวานชนิด 2 ร่วมทดลองกว่า 398 รายพบว่า เห็ดหลินจือไม่เป็นผลทางการรักษาในเชิงการลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพเพียงพอจะส่งเสริมผลทางการรักษาเหล่านั้น และไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการรับรองด้านความปลอดภัยจากการบริโภคเห็ดหลินจืออย่างเดียวกัน โดยหนึ่งในงานศึกษาวิจัยเหล่านั้น ได้แสดงถึงผลกระทบจากการบริโภคเห็ดหลินจือในผู้ป่วยบางราย เป็นอาการคลื่นใส้ ท้องร่วง หรือท้องผูก
ด้วยเหตุนั้นควรต้องมีการค้นคว้าทดลองถึงสมรรถนะของเห็ดหลินจือสำหรับในการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆพวกนี้เพื่อคุ้มครองป้องกันและการดูแลรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจถัดไป และให้ได้เรื่องกระจ่างชัดดเจนในด้านดังที่กล่าวถึงมาแล้วมากเพิ่มขึ้น อันเป็นคุณประโยชน์ต่อวิธีการรักษาปกป้องโรคเส้นเลือดหัวใจรวมทั้งอาการต่างๆที่เกี่ยวข้องถัดไปในอนาคต

Tags : สมุนไพรเห็ดหลินจือ

11

บุก สมุนไพรไทย เพื่อหลีกไกล เรื่องอ้วนๆ
บุก มาแล้ว ! บุกมาแล้ว !  รีบหนีเร็ว  เอ๊ะอย่างไรนี่ เรากำลังดูหนังการทำศึกอยู่เหรอ ไม่ครับ บุกในที่นี้มิได้ถึงศัตรูบุก แต่ว่าหมายความว่าหัวบุก สมุนไพรไทยบ้านเรา ต่างหาก แล้วก็ที่จะต้องหนี ไม่ใช่คนไหนไหน แม้กระนั้นเป็นโรคฮอตได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่างโรคอ้วน เบาหวาน ต่างหากที่จำเป็นต้องหนีไป
บุก ส่วนที่เห็นเป็น หัวบุก ตอนแรกเรื่องของบุกในประเทศไทย มันก็มิได้แพร่หลายหรือเป็นยอดนิยมราวกับปัจจุบันนี้เพราะเหตุว่าจริงๆตอนแรกมันก็เป็นพืชท้องถิ่นอยู่ดี  คนภายในแคว้นก็นำบุกมาทำครัว ราวกับเผือก เสมือนมันทั่วๆไปพอเริ่มมีคนมาศึกษาค้นคว้า   คุณประโยชน์ต่างๆของมัน เลยกลายเป็นพืชสมุนไพรไทยยอดนิยม มีการดัดแปลงเป็นต้นแบบต่างๆตั้งแต่สารสกัด บุกผง วุ้นบุก และก็อื่นๆอีกมาก วันนี้เองก็คงจะไม่ช้าเกินไปที่จะนำทุกคนมารู้จัก พืชสมุนไพรไทย ที่เรียกว่าบุกกันแบบลึกซึ้งมารู้จะบุกกัน
ชื่อไทย   บุก
ชื่อสามัญ  Konjac ,  devil’s tongue  (ลิ้นอสุรกาย  น่าสะพรึงกลัวครับชื่อนี้ คาดว่ามาจากรูปแบบของดอกบุก )   , shade palm, umbrella arum
ชื่อวิทยาศาสตร์      Amorphophallus rivieri Durieu cv. Konjac
ชื่อวงศ์    ARACEAE
ชื่อตามเขตแดน  :  บุกระอุงคก (จังหวัดชลบุรี) เบีย เบือ (แม่ฮ่องสอน) มันซูรัน (ภาคดลาง)  หัวบุก (จังหวัดปัตตานี) บุกคางคก  (ภาคกลาง, เหนือ) บุกหนาม บุกหลวง (แม่ฮ่องสอน)  กระบุก (อิสาน)
เราเจอบุกพอดีไหน
บุกเป็นพืชป่าล้มลุกที่พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ โดยขึ้นอยู่กับตาม ป่าเขา รวมทั้งบางครั้งก็เจอตามพื้นที่ ทำไร่ทำนา ยกตัวอย่างเช่นที่จังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี เป็นต้น บุกขึ้นได้ในสภาพดินทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีให้หัวขนาด ใหญ่ได้ในดินซึ่งร่วนซุย น้ำไม่ขังแล้วก็ดินที่มีฮิวมัส หรือสารอินทรีย์สูง
ลักษณะของต้นบุก
ลักษณะของต้น บุก บ่งบอกถึงองค์ประกอบคือใบบุก และก็หัวบุกลำต้นใต้ดิน  บุกมีลำต้นใต้ดินหรือที่เราเรียกแบบง่ายๆก็คือ หัวบุก  แบบเดียวกับเรียกหัวเผือก หัวมัน ขนาดอยู่ที่ราวๆ 25 ซม. (บางพันธ์บางทีอาจเล็กกว่านี้ )ทรงกลมแป้นลักษณะทรงเดียวกับลูกฟักทอง แต่ว่าบางสายพันธ์มีลักษณะพิเศษแตกต่างออกไป  ซึ่งส่วนนี้เอง เป็นใช้ที่สะสมอาหารของบุก
 ใบบุก  ลักษณะเหมือนใบมะละกอ มีสีเขียวเข้ม บางประเภทมีก้านใย เป็นลวดลายบางจำพวกมีหนามอ่อนๆ หรือบางคราวบุกบางชนิดก็มีใบมีจุดแบบไข่ปลาสีขาวข้างบน  จะมีความเห็นว่าใบบุกมีใบลักษณะที่หลากหลายมากมาย  แต่ว่าที่เด่นๆสังเกตง่ายว่าเป็บุกเป็น จะมีก้านตรงจากกึ่งกลางของหัว เมื่อโผล่จากดินแล้วแผ่กางออก 3 ทาง มีทรงแผ่กว้างแบบร่ม แม้กระนั้นบาง ชนิดจะแปลกตรงที่กลับขึ้นข้างบนราวกับหงายร่ม ด้วยเหตุดังกล่าวรูปแบบของใบบุก มีหลายต้นแบบสังกัดจำพวกของบุก
ดอกของบุกลักษณะดอกดอกคล้ายต้นหน้าวัว แต่ละประเภทมีขนาด สี และก็รูป ทรงแตกต่างกัน บางชนิดมีดอกใหญ่มาก โดยยิ่งไปกว่านั้นบุกคางคก ดอกบุกมีกลิ่น เหม็นราวกับเนื้อสัตว์เน่า บุกชนิดอื่นๆมีดอกเล็กก้านดอกจะโผล่ขึ้นตรง จากกลางหัวบุก เหมือนกันกับก้านใบ บุกชอบมีดอกในช่วงปลายหน้าแล้ง แต่ว่าบุกสามารถมีดอกได้ในช่วง เวลาต่างๆกัน ระยะเวลาในการแก่สุดกำลัง ของดอกที่จะติดผลก็ต่างกัน
 ผลบุก (อย่างงงวยกับหัวบุกนะ ) หลังจากดอก สืบพันธุ์ก็จะเป็นผล ผลอ่อนของบุก มีสีขาวอมเหลือง พอเพียงอายุ ได้ 1-2 เดือน จะมีผลสีเขียวเข้ม มีจุดดำที่ปลายคล้ายผลกล้วย ผล ของบุกโดยมากจะมีลักษณะคล้ายๆกัน แม้กระนั้นเมล็ดข้างในไม่เหมือนกัน พบว่าโดยมากมีเมล็ดเป็นรูปทรงอูมยาว  บุกบางจำพวกก็มีเม็ดในกลม   ผลแก่ของบุกจะมีสีแดงหรือแดงส้ม

บุกกับการนำมาทำครัว
เป็นพืชของกินประจำถิ่นซึ่งคนประเทศไทยนำเอาก้านใบมาแกงส้ม ลวกจิ้มน้ำพริก     ท่อนหัวบุกมีการนำไปปรับเปลี่ยนตามแต่ละภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการทำขนมที่เรียกว่าขนมบุก แกงบวชมันบุก แกงอีสาน (แกงลาว)   ภาคตะวันออกจะมีการฝาน หัวบุกเป็นแผ่น บางบาง แล้วนำมานึ่งกินอาหาร ทางภาคเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขา มักเอามา ปิ้งรับประทาน ภาคกลางมักนำหัวบุกที่ฝานเป็นชิ้นบางๆมาแช่น้ำปูน แช่น้ำก่อนล้างหลายๆครั้งแล้วหลังจากนั้นก็ให้นำไปทำเป็นขนมหวาน
*บุกมีหลายแบบหลายชนิด บางทีอาจขมรวมทั้งเป็นพิษ ทุกประเภทมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) ทั้งที่ก้านใบแล้วก็หัว ซึ่งอาจจะก่อให้คัน ก่อนเอามาทำกับข้าวจำเป็นต้องต้มซะก่อน ไม่อย่างนั้นรับประทานเข้าไปทำให้คันปากแล้วก็ลิ้นพอง
ของกินที่ดัดแปลงมาจากบุก
เดี๋ยวนี้มีการนำบุกมาแปรรูป ทั้งยังในลักษณะของเส้นบุก ซึ่งคือผลิตภัณฑ์ดัดแปลงจากท่อนหัวบุก มีแบบเส้นใส สามารถเอามาปรุงเป็นอาหารจานอร่อยได้ ผมว่าใครเคยไปกินเนื้อย่างคงเคยพบบ้าง นอกจากเส้นบุกแล้วมีการนำมาผสมเครื่องดื่มต่างๆเอาแบบได้รับความนิยมๆสมัยก่อนเป็นเจเล่ ผสมผงบุก หากจำไม่ผิดอันนี้เขามาทำเป็นรายแรก (เจ้าของบริษัทผ่านมาอ่านขอค่าใช้จ่ายสำหรับโฆษณาด้วยครับ)
สรรพคุณของบุก
จากการเล่าเรียนพบว่า  แป้งบุกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน พวกกลูวัวแมนแนน (glucomannan) เป็นสารโมเลกุลใหญ่ (polysaccharides)ที่มีน้ำตาล 2 ชนิดหมายถึงดี-กลูโคส (D-glucose) แล้วก็ (D-mannose) เป็นสารที่มีสาระต่อสุขภาพในรูปของใยอาหาร (dietary fiber)  ซึ่งดูดน้ำได้มาก แต่ว่าร่างกายสลายตัวได้ยาก ซับได้ช้า ก็เลยให้พลังงานและก็สารอาหารน้อย เหลือกากมากมาย ทำให้ระบบขับถ่ายดำเนินงานดี ผู้ที่อยากลดหุ่นนิยมกินอาหารจากแป้งบุก ดังเช่นว่า วุ้นเส้นบุก เส้นหมี่แป้งหัวบุก เนื่องจากว่ารับประทานอิ่มได้ ระบายท้อง แม้กระนั้นไม่ทำให้อ้วน
ยิ่งกว่านั้นเองเจ้า สารกลูวัวแมนแนนนี้ สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ ก็เพราะความรั้ง ซึ่งยับยั้งการดูดซึมของกลูโคลสจากทางเดินอาหาร ยิ่งเหนียวหนืดมาก็ยิ่งมีผลลดการดูดซึมกลูวัวลส ดังนั้น กลูวัวแมนแนนช่วยลดน้ำตาลได้ดิบได้ดีมากมาย เดี๋ยวนี้จึงใช้แป้งเป็นวุ้นเป็นอาหารสำหรับคนเจ็บเป็นโรคโรคเบาหวาน แล้วก็สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมีไขมันในเลือดสูง
นี่แหละครับเป็นผลดีจากบุก ทดลองหามาทานกันครับผม มีคุณประโยชน์ขนาดนี้ สมัยปัจจุบันไม่หายากแล้วเดินไปห้าง ก็ได้บุกเส้นแล้ว แนะนำมามายำแบบยำวุ้นเส้นนะครับ รับประกันอร่อยแท้ๆ http://www.disthai.com/

12

ขิง
ถึงแม้ขิงจะเป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ปรุงอาหารแล้วก็มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการรักษาโรค ถึงแม้ขิงจะมีกลิ่นแรงและมีรสชาติเผ็ดร้อน เลยทำให้ไม่ถูกปากหลายๆคนนั้น แม้กระนั้นขิงก็เป็นสมุนไพรซึ่งสามารถใช้ทำอาหารและก็มีสรรพคุณรักษาโรค พวกเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าสมุนไพรดีๆอย่างขิงนั้นมีสาระและโทษอะไรที่เรานึกไม่ถึงบ้าง
คุณประโยชน์ของขิง
+ ลดอาการท้องอืดถ้าคุณรู้สึกท้องขึ้นหรืออาหารไม่ย่อยให้จิบชาน้ำขิงหรือกินขิงสดจะมีผลให้คุณทราบกันอยู่แล้วขึ้น หรือถ้าหากว่าคุณเกิดอาการท้องอืดที่เกิดจากการกินถั่วละก็ คราวหน้าลองฝานถั่วบางๆลงไปในอาหารที่มีถั่ว นั่นก็จะช่วยลดอาหารอาการท้องอืดได้เช่นเดียวกันจ้ะ เนื่องจากว่าขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม และก็กระตุ้นการทำงานของไส้ทำให้ อาการท้องอืดบรรเทาลงได้
+ ช่วยทุเลาอาการไมเกรน
จากการเรียน
พบว่า การกินขิงขณะที่อาการไมเกรนใกล้กำเริบเสิบสานนั้น จะช่วยทำให้ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรนน้อยลงได้ เพราะเหตุว่าขิงจะไปช่วยสกัดการฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ ยิ่งกว่านั้นยังมีการเรียนอื่น บอกให้เห็นอีกว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ โดยพบว่าผู้ที่มีลักษณะอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรครูมาตอยด์มีลักษณะลดน้อยลงเมื่อบริโภคขิงผงเสมอๆแต่ละวัน
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากขิง รวมทั้งโทษที่คุณอาจคิดไม่ถึง
+ ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็ง
 ขิงมีคุณลักษณะในการช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมีการเรียนรู้พบว่าขิงช่วยให้เซลล์ของมะเร็งภายในรังไข่ตาย เพราะว่าในขิงมีสารเคมีธรรมชาติที่ไปช่วยกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ก็เลยช่วยคุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งได้ ยิ่งไปกว่านี้ยังพบอีกว่าสินค้าอาหารเสริมที่มีขิงเป็นองค์ประกอบยังช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
+ ช่วยบรรเทาอาการอ้วก
 ขิงสามารถบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ โดยชาวเอเชียนั้นชอบใช้ขิงในการช่วยทุเลาอาการเมารถ หรือเมาเรือ นอกเหนือจากนั้นยังมีหลายการศึกษาพบว่าขิงสามารถช่วยคุ้มครองปกป้องและทุเลาอาการอาเจียนหลังจากการผ่าตัดแล้วก็ยังช่วยทุเลาอาการคลื่นไส้แล้วก็อ้วกในคนไข้โรคมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดได้อีกด้วย
+ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
 มีการศึกษาเล่าเรียนใหม่พบว่า ขิงผงนั้นสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แม้กระนั้นก็ควรจะที่จะหารือหมอก่อนกินขิงร่วมกับยา เนื่องจากขิงอาจทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาได้ และก็ควรจะติดตามผลระดับน้ำตาลอย่างสนิทสนม เพราะว่าถ้าเกิดรับประทานขิงมากจนเกินไปก็อาจทำให้ระดับอินซูลินลดน้อยลงมากจนเกินความจำเป็นจนกระทั่งอยู่ในขั้นอันตรายได้
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากขิง และก็โทษที่คุณอาจนึกไม่ถึง
ขิงดอง สรรพคุณดีก็มีนะ รู้ยัง?
 เราบางครั้งอาจจะเคยได้ฟังกันมาว่าการกินของดองไม่เป็นผลดีสำหรับสุขภาพ แต่ว่าจะต้องขอนอกจากไว้สำหรับขิงดองค่ะ เนื่องจากว่าอันที่จริงแล้วหากแม้ขิงดองจะเป็นอาหารที่ผ่านการหมักด้วยน้ำส้มสายชู แต่เรื่องสรรพคุณ และผลดีเพื่อสุขภาพ ขิงดองก็มีดีไม่ด้อยไปกว่าขิงสดๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งประโยช์จากขิงดองมีดังนี้
* ช่วยแก้อาการเมาเรือ เมารถ แล้วก็อาการแพ้ท้อง

เหตุเพราะขิงดองเป็นของกินที่มีกลิ่นฉุนทั้งยังมีรสชาติเผ็ดอมเปรี้ยว เลยทำให้แปลงเป็นของกินที่เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะอาการเมาเรือ เมารถ รวมทั้งสตรีที่กำลังมีท้อง ซึ่งชอบมีลักษณะอาการแพ้ท้อง เอาไว้รับประทานในช่วงเวลาที่รู้สึกคลื่นไส้ เนื่องจากว่าจะช่วยทุเลาอาการได้จ้ะ ไม่ต้องพึ่งยาแก้เมา หรือยาแก้แพ้ท้อง ลองใช้ขิงดองมองนี่ล่ะค่ะ เด็ด !
* ช่วยล้างปากเวลากินอาหาร
 สำหรับคนจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่าทำไมเวลาไปกินอาหารญี่ปุ่นแล้วบนจานอาหารประเทศญี่ปุ่นจะมีขิงดอง คำตอบก็คือขิงดองพวกนั้นมีไว้กินล้างปากค่ะ โดยส่วนมากสำหรับในการทานอาหารประเทศญี่ปุ่น จะกินขิงดองตามเข้าไปหลังจากรับประทานอาหารจานนั้นหมดแล้ว เพื่อไม่ให้รสชาติของกินจานเดิมติดอยู่ในปากกระทั่งทำให้มีความรู้สึกมันรวมทั้งรับประทานจานต่อไปไม่ไหว อีกทั้งยังทำให้ลิ้มรสของกินจานถัดไปได้อย่างมากอีกด้วย
* โซเดียมต่ำ
 แม้ขิงดองจะมีรสจัด แต่น่าแปลกที่ขิงดองเป็นอาหารที่มีโซเดียมต่ำมากเมื่อเทียบกับอาหารหมักดองประเภทอื่นๆเมื่อนำมารับประทานและจากนั้นก็ทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจกับปริมาณโซเดียม ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความดันเลือดสูงลงไปได้อีกเยอะแยะเลย
ประโยชน์ของขิง แล้วก็โทษที่คุณอาจนึกไม่ถึง
ข้อควรไตร่ตรองสำหรับในการทานขิง
- อาจทำให้เกิดภาวะเข้าแทรกสำหรับในการมีท้องได้
 มีบางการเรียนพบว่าขิงมีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนในการท้องและก็การแท้ง แต่ว่าในการท้องรายอื่นๆนั้นไม่พบว่าการกินขิงจะทำให้กำเนิดอาการเหล่านั้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการคลื่นไส้จากการแพ้ท้องได้อีกด้วย ดังนั้นคุณควรไปปรึกษาหมอก่อนจะที่ใช้ขิงสำหรับการรักษาอาการแพ้ท้องด้วยตัวเองค่ะ
- กระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในด้านในปากได้
 ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้าเกิดรับประทานเข้าไปในปริมาณที่มากก็จะสามารถเยื่อบุภายในช่องปากเกิดการอักเสบจนถึงเป็นอาการร้อนในได้ ด้วยเหตุนี้ไม่สมควรรับประทานขิงมากจนเกินความจำเป็นจ้ะ
- ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด
 การเล่าเรียนหนึ่งในออสเตรเลียพบว่า ขิงนั้นมีคุณประโยชน์สำหรับการต้านทานการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอสไพริน สถาบันสุขภาพของประเทศออสเตรเลียได้ออกคำเตือนให้งดการกินขิงตอนที่ใช้ยาละายลิ่มเลือดด้วยเหตุว่าจะมีผลให้เกิดการเสี่ยงสำหรับในการเกิดอาการช้ำเลือดหรืออาการเลือดออกได้ ด้วยเหตุนั้นหากคุณมีลักษณะอาการเลือดออกไม่ปกติหรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด น่าจะหลบหลีกการรับประทานขิงค่ะฃ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรขิง

13

ขิง
ขิง ชื่อสามัญ Ginger (จิน’พบ)
ขิง ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinale Roscoe จัดอยู่ในสกุลขิง (ZINGIBERACEAE)
ขิง จัดเป็นสมุนไพรประเภทหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกายในหลายๆด้าน เพราะเหตุว่าอุดมไปด้วยวิตามินรวมทั้งธาตุที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสถาพทางร่างกายของเรา ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส แถมยังมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แล้วก็เส้นใยเยอะมากๆอีกด้วย ซึ่งคุณประโยช์จากขิงนั้น เราสามารถนำมาใช้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นราก เหง้า ต้น ใบ ดอก แก่น รวมทั้งผลก็ได้ทั้งหมด
คุณประโยชน์ซึ่งมาจากขิง
-ขิงจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอดเยี่ยม
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเยอะมากๆ ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย
มีส่วนช่วยในการคุ้มครองป้องกัน ต้านการเกิดโรคมะเร็ง ต้านการเติบโตของเซลล์ของมะเร็ง
ช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยเหตุดังกล่าวควรกินขิงควบคู่ไปกับการดูแลรักษาโรคมะเร็งจะเกิดผลดี
ขิง มีฤทธิ์อุ่น ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น แล้วก็ช่วยสำหรับในการขับเหงื่อ
ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ลำต้นสดๆเอามาทุบให้แหลกโดยประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มกับน้ำดื่ม
ช่วยลดน้ำหนัก ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ
ช่วยรักษาอาการปวดหัวรวมทั้งไมเกรน ด้วยการกินน้ำขิงเป็นประจำ
ช่วยลดความอยากของผู้ติดสิ่งเสพติดลงได้
แก้ตานขโมย ด้วยการใช้ขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล มาบดผสมกันแล้วนำมารับประทาน
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ด้วยการนำขิงสดมาฝานต้มกับน้ำกิน
ช่วยทำนุบำรุงหัวใจของคุณให้แข็งแรง
ช่วยบรรเทาอาการของโรคประสาท ซึ่งทำให้จิตใจขุ่นมัว (ดอก)
ช่วยฟื้นฟูร่างการสำหรับคุณแม่ข้างหลังคลอดลูก ด้วยการกินไก่ผัดขิง
มีส่วนช่วยให้เจริญอาหาร (ราก, เหง้า) ด้วยการใช้เหง้าสดราวๆ 1 องคุลีเอามาต้มกับน้ำดื่ม ก็จะได้เป็นยาขมเจริญอาหาร
ใช้กินเพื่อบำรุงเป็นยาธาตุ บำรุงธาตุไฟ (เหง้า, ดอก)
ใช้บำรุงน้ำนมของคุณแม่ (ผล)
ช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างสบาย
การกินขิงจะช่วยให้เลือดแข็งเป็นลิ่มเลือดได้ช้าลง
ใช้แก้ไข้ (ผล) ด้วยการนำขิงสดมาคั้นเป็นน้ำให้ได้ราวๆครึ่งถ้วย แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง จะช่วยทุเลาอาการได้
ช่วยแก้หวัด ทุเลาอาการไอ บรรเทาหวัดจับเสมหะ ด้วยการใช้ขิงสดฝนกับน้ำมะนาวใส่เกลือนิดนึง
ละอองน้ำหอมระเหยจากน้ำขิงช่วยทำลายไวรัสหวัดในทางเดินหายใจได้
แก้ลม (ราก)
ในผู้เจ็บป่วยที่มีลักษณะอาการเมาหลังผ่าตัด น้ำขิงช่วยแก้เมาได้
ช่วยแก้อาการเมารถ เมาเรือได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยการใช้ขิงสดนำมาตำให้แหลก คั้นเอาเฉพาะน้ำกิน (ไม่ต้องดื่มน้ำตาม)
ช่วยจัดการกับปัญหาผมตก หัวล้าน ด้วยการนำเหง้าสดไปผิงไฟจนกระทั่งอุ่น แล้วเอามาตำให้แหลก นำมาพอกรอบๆที่มีผมหล่น วันละ 2 ครั้งจนอาการดียิ่งขึ้น หรืออีกแนวทางก็คือคั้นเอาเฉพาะน้ำขิงมาผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะกอกแล้วนำมาหมักผม นวดให้ทั่วศีรษะราว 30 นาทีก็ช่วยลดปัญหาผมหล่นได้เหมือนกัน แถมยังช่วยทำให้ผมงาม แข็งแรง มีความนุ่มลื่น ไม่ขาดง่ายอีกด้วย
-ช่วยทำนุบำรุงสายตา รักษาโรคเกี่ยวกับตา รวมทั้งใช้แก้อาการตาฝ้า (ผล, ใบ)
ช่วยรักษาอาการตาเฉอะแฉะ (ดอก)
ช่วยแก้โรคกำเดา (ใบ)
ใช้แก้อาการคอแห้งผาก เจ็บคอ (ผล)
ใช้รักษาอาการปากคอเปื่อย ท้องผูก (เหง้า,ดอก)
ช่วยรักษาอาการปวดฟัน ด้วยการนำขิงแก่มาตีอย่างรอบคอบคั่วกับน้ำสารส้มจนกระทั่งเกรียม แล้วบดจนเป็นผุยผง แล้วเอามาพอกบริเวณฟันที่ปวดแก้เสลด เสลดขาวเหลวปริมาณมากมีฟอง (ผล, ราก)ช่วยรักษาภาวการณ์น้ำลายมาก คลื่นไส้เป็นน้ำใสช่วยลดกลิ่นปาก แก้อาการปากเหม็น ด้วยการนำขิงมาคั้นผสมน้ำอุ่นและเกลือเล็กน้อย นำมาอมบ้วนปาก ช่วยฆ่าเชื้อโรคในปากได้อีกด้วยช่วยบำรุงรักษาฟันและคุ้มครองปกป้องการเกิดฟันผุ
ช่วยขจัดกลิ่นจั๊กกะแร้ ด้วยการใช้เหง้าขิงแก่นำมาตีให้แหลก แล้วเอามาคั้นเอาน้ำมาทาจั๊กกะแร้บ่อยๆ จะสามารถที่จะช่วยในการกำจัดกลิ่นได้
ช่วยแก้อาการสะอึก ด้วยการใช้ขิงสดตำกระทั่งแหลก คั้นเอาเฉพาะน้ำผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อย คนจะกว่าจะเข้ากันแล้วเอามาดื่ม
ช่วยรักษาโรคบิด (ผล, ราก, ดอก) ด้วยการใช้ขิงสดราว 75 กรัม ผสมกับน้ำตาลทรายแดง เอามาตำจนกระทั่งเข้ากัน แล้วกิน 3 มื้อต่อวัน
ช่วยแก้อาการคลื่นไส้ (เหง้า, ผล) ด้วยการนำขิงสดโดยประมาณ 5 กรัมหรือขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ เอามาตีให้แตกแล้วต้มกับน้ำ
ช่วยลดการอาเจียนอาเจียนจากการแพ้ท้อง (สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่สมควรกินบ่อยกระทั่งเกินความจำเป็น)
แก้อาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง ขับลมในลำไส้ (ผล, ราก, ใบ) ด้วยการนำขิงแก่มาทุบพอเพียงแหลก เทน้ำเดือดลงไปครึ่งแก้ว แล้วปิดฝาตั้งทิ้งไว้ราว 5 นาทีแล้วนำน้ำมาดื่มระหว่างมื้อของกิน
ช่วยรักษาลักษณะของการปวดในช่วงหลังหรือก่อนรอบเดือน ด้วยการนำขิงแก่ที่แห้งแล้วโดยประมาณ 30 กรัมมาต้มกับน้ำดื่มเป็นประจำ
ช่วยในการย่อยของกินได้อย่างมีคุณภาพ (ดอก)
ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการจุกเสียด (เหง้า)
ช่วยในการขับถ่าย แล้วก็ช่วยในเรื่องของระบบลำไส้ให้ดำเนินงานได้อย่างเป็นปกติ
ช่วยฆ่าพยาธิ พยาธิกลมจุกลำไส้ (ใบ) ใช้น้ำขิงผสมกับน้ำผึ้งแล้วเอามาดื่ม
ช่วยแก้อาการขัดเยี่ยว (ดอก, ใบ)
ช่วยรักษาเยี่ยวรดที่พักผ่อนในคนไข้ที่มีสภาวะหยางพร่อง มีความเย็นภายในร่างกายเป็นเหตุ
ช่วยรักษาโรคนิ่ว (ใบ, ดอก)
ช่วยแก้อาการบวมช้ำ (ใบ)
ขิง ช่วยรักษาอาการปวดข้อตามร่างกายด้วยการกินขิงสดเสมอๆ
มีฤทธิ์ช่วยต้านทานเชื้อแบคทีเรีย
ใช้เป็นยาแก้คัน ด้วยการนำแก่นของขิงฝนทำเป็นยา (แก่น)
แก้ไขปัญหาหนังที่มือลอกเป็นเกล็ด ด้วยการใช้เหง้าสดมาหั่นเป็นแผ่น แล้วเอามาแช่สุรา 1 ถ้วยชา ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำแผ่นขิงมาเช็ดบริเวณดังที่กล่าวถึงแล้ววันละ 2 ครั้ง
ช่วยรักษาแผลเริมรอบๆหลัง ด้วยการใช้เหง้า 1 หัว เอามาเผาเปลือกนอกกระทั่งเป็นถ่าน คอยปาดถ่านที่ผิวนอกออกไปเรื่อยแล้วนำผงที่ได้มาผสมกับน้ำดีหมูนำมาทาบริเวณที่เป็นแผลถ้าหากว่าถูกแมงมุมกัด ใช้ขิงสดฝานบางๆเอามาวางทับบริเวณที่ถูกกัดจะช่วยทุเลาอาการได้ช่วยรักษาอาการมือเท้าเย็น กลัวหนาว เย็นท้อง เป็นต้น ช่วยปกป้องการแพ้อาหารทะเลกระทั่งเกิดผื่นคัน ลมพิษ หรืออาหารช็อกประโยชน์ซึ่งมาจากขิง
ช่วยรักษาแผลไฟเผาน้ำร้อนลวก ด้วยการนำขิงสดมาตำให้แหลก แล้วนำกากมาพอกบริเวณแผล เพื่อคุ้มครองการอักเสบรวมทั้งการเกิดหนองในขิงมีสารที่สามารถใช้กันบูดกันหืนในน้ำมันได้
ในด้านการประกอบอาหารนั้น ขิงสามารถช่วยเพิ่มรสชาติของกินได้อย่างดีเยี่ยม และก็สามารถช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารเจริญอีกด้วย
ในด้านความสวยสดงดงามนั้นมีผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งตัวที่ใช้บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของขิงอีกด้วย
ช่วยให้ผิวพรรณเรียบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการนำขิงสดมาขูดเป็นฝอยแล้วนำมานวดบริเวณต้นขา ก้น หรือรอบๆที่มีเซลลูไลต์จะช่วยลดความตะปุ่มตะป่ำของผิวได้อีกด้วย
สินค้าจากขิงนั้นนำมาแปรรูปได้หลายชนิด ตัวอย่างเช่น บัวลอยน้ำขิง ขิงแช่อิ่ม ขิงเชื่อม ขิงกระป๋อง ขิงแคปซูล น้ำขิงมะนาว เป็นต้น

วิธีทำน้ำขิง
กระบวนการทำน้ำขิงวิธีการทำน้ำขิงอันดับแรกให้จัดแจงส่วนประกอบดังต่อไปนี้ ขิงแก่ 1 กิโล / น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วยตวง / น้ำที่สะอาด 3 ลิตร
นำขิงที่ได้ไปล้างให้สะอาด นำมาตีให้แตก แล้วนำมาใส่ไว้ด้านในหม้อต้ม เพิ่มเติมน้ำที่สะอาดลงไป ยกขึ้นตั้งไฟ
เมื่อต้มกระทั่งน้ำเดือดและก็หลังจากนั้นจึงค่อยเบาไฟลง ต้มราว 20 นาทีกระทั่งน้ำขิงละลายออกมาจนถึงหมด (น้ำจะเป็นสีเหลืองอ่อนๆ) แล้วชูลงจากเตา
เสร็จแล้วให้ตักน้ำขิงใส่แก้ว เพิ่มน้ำตาลลงไป 1-2 ช้อนชา (ตามความอยาก) แล้วคนให้เข้ากัน
เป็นระเบียบเรียบร้อยและสามารถเอามาดื่มได้ โดยเอามาดื่มแบบร้อนๆได้เลย
หรือจะดื่มแบบเย็นๆด้วยการใส่น้ำแข็งลงไปก็ได้เช่นกัน แต่ว่าควรจะเติมน้ำตาลมากกว่า 2-3 เท่า (จะช่วยไม่ให้รสจืดมากจนเกินความจำเป็น เนื่องจากมีน้ำแข็งผสมอยู่นั่นเอง)
น้ำขิงที่คั้นมานั้นไม่สมควรใช้ปริมาณที่เข้มข้นจนเหลือเกิน เนื่องจากจะเป็นโทษต่อสถาพทางร่างกายได้ ด้วยเหตุว่าจะไปหยุดการบีบตัวของไส้ จนกระทั่งทำให้ลำไส้หยุดการบีบตัว เพราะฉะนั้นควรคั้นในจำนวนน้อยๆหรือดื่มจนชินก่อน
เรามักจะรู้จักคุ้นเคยกับขิงว่าเป็นอาหารที่นิยมนำมาใช้ในการทำกับข้าวแล้วก็ทำเครื่องดื่ม ซึ่งอันที่จริงแล้วขิงจัดเป็นสมุนไพรไทยที่ช่วยการบำบัดโรคต่างๆได้สารพัด นับได้ว่าเป็นตัวช่วยสำหรับเพื่อการรักษาโรคได้เลยทีเดียว แต่ว่าทั้งนี้พวกเราก็ไม่ควรจะหวังพึ่งคุณประโยชน์ของขิงเพียงอย่างเดียวสำหรับเพื่อการรักษาโรค ควรจะทำอย่างอื่นหรือดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของเราร่วมด้วยจะได้ประสิทธิภาพที่ดีนักแล
พวกเรามักนิยมใช้ขิงแก่ ด้วยเหตุว่ายิ่งแก่จะยิ่งให้ความเผ็ดร้อน ก็เลยมีคุณประโยชน์ทางยาที่มากกว่าขิงอ่อน และยังมีใยอาหารมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าขิงมีรสเผ็ด มีคุณลักษณะอุ่น ก็เลยไม่เหมาะกับคนที่มีความร้อนในร่างกายอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่นคนที่เหงื่อออกมาก เหงื่อออกกลางคืน ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากกว่าธรรมดา แต่ถ้าเกิดจะกินควรรอบคอบเป็นพิเศษ http://www.disthai.com/

14

น้ำมันเหลือง
คุณประโยช์จากการนวดน้ำมันเหลือง
น้ำมันเหลิองคือการกระตุ้นเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อช่วยเหลือสุขภาพและก็ฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งหมด. น้ำมันนวดถูกออกแบบมาเพื่อมือเลื่อนได้ง่ายเข้าไปใหญ่ในระหว่างนวด และก็ในเวลาเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้ความรู้สึกผ่อนคลายสูงที่สุดสำหรับทั้งร่างกายและจิตใจ. อ่านถัดไปเพื่อหาน้ำมันเหลืองข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้เกี่ยวกับประโยช์จากการนวดน้ำมันและทุเลาร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดมีชีวิตชีวา.
เมื่อมาถึงการนวดน้ำมัน, มีหลายร้อยปิดตัวเลือกที่แตกต่างกันให้เลือก. คุณได้อย่างอิสระสามารถเลือกจากเยอะๆน้ำหอมและจากนั้นก็สีที่ต่างกันเพื่อบริการ. น้ำมันนวดเยียวยา, น้ำมันร้อน, น้ำมันเหลืองกระตุ้นความรู้สึก, น้ำมันหอม
น้ำมันเหลืองจะสามารถพบได้ในตลาดท้องน้ำมันนวดเพื่อคุณสามารถเลือกที่เยี่ยมที่สุดสำหรับความอยากแล้วก็ความมุ่งมาดปรารถนาของคุณ.
สัมผัสของคนเราสามารถมีการรักษาและพลังความสดชื่นสำหรับผิวและนวดน้ำมันออกมาจากผิวนุ่มและเรียบ. นอกเหนือจากความรู้สึกสบาย thei พวกเขาถ่ายทอด, น้ำมันนวดนอกนั้นยังมีทางที่น่าประหลาดที่ช่วยบำรุงรักษาผิวของคุณรวมทั้งกำจัดจุดแห้งบนผิวของคุณ. อย่างไรก็แล้วแต่, ข้างหลังการนวด, จะเสนอแนะให้ใช้เวลาอาบน้ำที่ทุเลาเพื่อล้างน้ำมันออกมาจากร่างกายของคุณ. น้ำ จะยังช่วยผิวรูขุมขนจะเปิดจึงสนับสนุนการดูดซึมของน้ำมันนวดไปสู่ผิวของคุณ. ทดลองมองกันผลดีต่อสุขภาพที่สำคัญของการนวดน้ำมันทุเลา.
อาการปวดหายได้เช่นไร เมื่อใช้น้ำมันนวด
ซึ่ง การใช้น้ำมันตัวนี้นะคะ เราแค่ทาลงไปในส่วนที่พวกเราปวดนะคะ หรือมีการอักเสบของกล้าม เท่านี้ค่ะตัวยาจะซึมเข้าไปทำให้อาการปวดอ่อนล้าลดลง อีกอย่างที่สำคัญนะคะ
นํ้ามันเหลือง ตัวนี้เหมาะสำหรับผู้ใดกันบ้าง?

  • น้ำมันเหลืองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจากการทำงานหนัก
  • ปวดมือรวมทั้งคอจากการเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ผู้ที่ปวดหลังจาก Office syndrome
  • ปวดข้อจากโรคเกาท์
  • ปวดหัวเข่าจากโรคข้อต่ออักเสบ
  • ผู้ที่ปวดขาจากการเดิน Shopping
  • เจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ตีดอท จนถึงปวดมือ
  • ปวดคอจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ


นวดน้ำมันเหลืองที่เลิศของคุณผ่อนคลายร่างกายแล้วก็สนับสนุนการนอนที่ดียิ่งกว่าสำหรับวัน.
ผู้คนจำนวนมากทุกข์ระทมแสนสาหัสจากความไม่ปกติของการนอนต่างๆได้มองเห็นการปรับแต่งในนิสัยการนอนของพวกเขาข้างหลังการดูแลและรักษาด้วยการนวดน้ำมันเหลืองบรรเทา. น้ำมันนวดกระตุ้นจิตใจรวมทั้งจิตวิญญาณ การบำบัด, น้ำมันเหลืองด้วยเหตุดังกล่าวคนโดยส่วนใหญ่มีประสบการณ์การนอนหลับลึกรวมทั้งพักเยอะขึ้น.

15

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรฟันปลา[/url][/size][/b]
ฟันปลา Litsea umbellate Merr.
บางถิ่นเรียกว่า ฟันปลา เศร้าใจ (จังหวัดปราจีนบุรี) เมนตรือ (เขมร-เมืองจันท์) สะเตื้อ (ตราด)
       ไม้ต้น ขนาดเล็ก หรือไม้พุ่ม สูง 3-10 ม. ตามกิ่งมีขนสีน้ำตาล ใบ ผู้เดียวออกเรียงสลับ หรือเรียงเวียนห่างๆรูปรี หรือ มีขนาดค่อนข้างจะเล็ก กว้าง 4-10 เซนติเมตร ยาว 7.5-23 ซม. ปลายใบแหลม หรือมน โคนใบแหลมขอบใบเรียบ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน มีขนเฉพาะตามเส้นกึ่งกลางใบแล้วก็เส้นแขนงใบ ด้านล่างเป็นรอยเปื้อนขาว มีขน เส้นใบมี 6-10 คู่ ข้างล่างเห็นชัดกว่าข้างบน ก้านใบยาว 6-12 มิลลิเมตร มี ดอก ออกเป็นช่อ เป็นกระจุกตามง่ามใบ ก้านช่อยาว 2-5 มิลลิเมตร ช่อดอกมีขนปกคลุมหนาแน่น สมุนไพร กลีบรวมเชื่อมชิดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 4-6 กลีบ อีกทั้งถ้วยรวมทั้งกลีบติดทนจนได้ผล ผล รูปไข่หรือค่อนข้างจะกลม ปลายมีติ่งแหลม โคนมีชั้นของกลีบรวมรองรับอยู่ ขอบกลีบรวมมีขน

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดิบ พบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ทางภาคใต้ของไทย
สรรพคุณ : ต้น เปลือกต้นเจอ alkaloid ใบ ตำเป็นยาพอกฝี

หน้า: [1] 2 3 ... 13