ผู้เขียน หัวข้อ: 10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค  (อ่าน 50 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 25, 2017, 11:34:05 AM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
เรื่องราวของประสบการณ์ประหลาด จิตวิญญาณ ภูต ผี ปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ผี ขึ้นมาเมื่อไหร่ หลายคนคงหยุดนิ่งพร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวูบ เพราะไม่อยากเจออย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะหลายคนก็เคยสัมผัสความสยอง จนถึงขั้นเอามาเล่าสู่กันฟังแบบสดๆ หน้าไมค์ในรายการเดอะช็อค รายการวิทยุสดที่นำเสนอ เรื่องผี วิญญาณและสิ่งเร้นลับ โดยเปิดสายให้คนทางบ้านมาเล่าประสบการณ์สยองของตัวเอง รายการนี้มีดีเจที่เชี่ยวชาญเรื่อง ผี ชื่อดังอย่างพี่ป๋อง กพล ทองพลับ และทีมงานที่ดำเนินรายการตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมากับเรื่องเล่านับหมื่นเรื่อง และบางเรื่องยังโด่งดังขนาดนำไปสร้างเป็นภาพยนต์อีกด้วย เรื่องที่ถูกเล่าในรายการเดอะช็อคเรื่องใดที่เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มาดูกัน

อันดับที่ 10 ลองของผีที่บ้านร้าง
เรื่องนี้แฟนรายการเดอะช็อคชื่อคุณต้นไปลองของที่บ้านร้างแถวชานเมืองที่หนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่ปล่อยร้างไว้นานมาก เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น คุณต้นไปลองของกับเพื่อนประมาณ 6-7 คน ขับรถกระบะกันเข้าไป พอขับเข้าไปถึงที่บ้านหลังนี้ ทุกคนกลับมีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าไปแล้ว รู้สึกกลัวกัน เพราะด้วยบรรยากาศด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ด้วยที่ว่าตัดสินใจมากันแล้วก็ลองเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน ก็ขึ้นไปกัน พอขึ้นไปปุ๊บ ที่ข้างหน้าประตูเนี่ยมันล็อค มันเข้าไม่ได้ ก็เลยพยายามปีนขึ้นไปบนชั้นสอง ตอนแรกเพื่อนคุณต้นปีนขึ้นไปก่อน ปรากฏว่าเพื่อนรีบกระโดดลงมาจากชั้นสองแล้วบอกว่ากลับกันดีกว่า คุณต้นเห็นอาการของเพื่อนแทนที่จะกลัว กลับอยากรู้ว่าเพื่อนไปเห็นอะไร ก็เลยขึ้นไปดูบ้าง พอขึ้นไปคุณต้นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ อีกฟากหนึ่งของห้องที่มีกระจกไฟเบอร์กลาสกั้นอยู่ คุณต้นก็คิดว่าตัวเองตาฝาด ก็ขยี้ตาก็ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นเลื่อนมาอยู่ที่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ก็รีบวิ่งลงมาหาเพื่อนที่รออยู่และพากันกลับ พอออกรถก็รู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ที่ล้อรถ ก็ลงมาดูกัน พอหยิบดูก็พบว่าเป็นเส้นผมกระจุกใหญ่ แถมตอนออกมาที่ทางออกของหมู่บ้าน ผู้หญิงคนหนึ่งก็ยืนขวางทางอยู่อีกด้วย ก็ขับฝ่าออกมากันด้วยความระทึก

อันดับที่ 9 บ้านเราเองแท้ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง เป็นเรื่องของพี่กุ้งที่โทรมาเล่าให้ฟัง พี่กุ้งนี่ไปเรียนต่างประเทศมาซึ่งที่บ้านเขานี่ค่อนข้างจะมีตังค์ ก็เป็นบ้านใหญ่ คุณพ่อเขาเนี่ยปลูกบ้านไว้หลายหลัง ก็พอกลับไป พ่อเขาก็ยกบ้านหลังนี้ให้อยู่ พอไปอยู่แรกๆ ก็เจอเลย ในบ้านจะมีเตียงนอนที่ไปซื้อมือสองมา เป็นเตียงไม้ใหญ่ๆ แล้วในตอนที่นอนนี่เหมือนมีผู้ลายคนหนึ่งมายืนอยู่ปลายเตียง แล้วก็บอกว่าเอาที่กูคืนมา บอกอย่างนี้อยู่หลายคืน แล้วทีนี้พอคืนหลังๆ เนี่ยหลังจากผู้ชายแล้วก็มีผู้หญิงเข้ามาด้วย ผีผู้ชายจากที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็เริ่มมานั่งคร่อมบนตัว แต่ผีผู้หญิงนี่แปลก ไม่ได้ยืนใกล้ๆ แต่ยืนอยู่ที่หน้าห้อง ตาแดงๆ และชี้หน้าด้วยความโกรธ ใส่ชุดคลุมท้องด้วย ซึ่งพี่กุ้งจะเจอผู้หญิงคนนี้บ่อยมาก จนทนไม่ไหวไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อเขาก็เลยนิมนต์พระมาทำพิธี หลังจากทำพิธีแล้ว ผีผู้ชายหายไป เหลือแต่ผีผู้หญิง ซึ่งไม่ยอมไปซะที ทั้งๆ ที่ทำบุญให้แล้ว หลังจากนั้นก็เจอหนักขึ้นๆ บางทีนอนๆ อยู่ในห้องแล้วประตูหเองก็เปิดไปเห็นห้องโถงข้างหน้าเห็นผีผู้หญิงยืนชี้หน้าอยู่ ซึ่งในภายหลังน้องของพี่กุ้งได้โทรเข้ามาในรายการบอกว่าเขาพาเพื่อนที่ท้องมาอาศัยที่บ้านหลังนี้เนื่องจากพ่อไม่ยอมรับ แต่ก็เสียชีวิต ตายทั้งกลมอยู่ที่บ้านหลังนี้

อันดับที่ 8 เช่าแสนถูก
พี่ผู้ชายคนที่โทรมาเล่านี้ช่วงนั้นแกฐานะไม่ดีก็เลยไปหาบ้านเช่าถูกๆ แกก็อยู่กับแฟน เวลาที่อยู่บ้านหลังนี้เขาจะเจอกับผีผู้หญิงคนหนึ่ง แบบกำลังเคลิ้มๆ กึ่งหลับกึ่งตื่น ผีผู้หญิงคนนี้จะมาบอกให้ช่วย และสุดท้ายก็บอกว่าถ้าอยากเจอเขาให้ไปดูที่ข้างบ้านสิ พี่ผู้ชายคนนี้ทนไม่ไหวแกเลยไปขุดดูที่ข้างบ้าน ก็พบเป็นศพผู้หญิงคนนั้นนอนคุดคู้อยู่จริงๆ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมโดยชายคนรักที่พอฆ่าเธอแล้วก็ลากศพไปฝังไว้ที่ข้างบ้าน และต่อมาผีผู้หญิงคนนั้นก็มาให้โชคให้พี่เขาถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่อีกด้วย

อันดับที่ 7 ผีเข้ากลางรายการ
วันนั้นมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อพี่น้ำมนต์ อายุแกก็เยอะแล้วล่ะ แกโทรศัพท์มาเล่าในรายการเดอะช็อค โดยตั้งชื่อเรื่องว่า "เค้าหาว่าเราเป็นผี" คือเหมือนกับว่าตัวของเขาานั้นมีสองร่าง มีตัวเค้าเองกับมีอะไรก็ไม่รู้มาคอยสิงอยู่ พี่เค้าโทรมาเล่าโดยที่ตอนแรกแกก็เกริ่นก่อนนะว่าถ้าเกิดพี่คุยไปแล้วพี่มีอาการอะไรแปลกไปก็อย่าตกใจนะ แล้วแกก็เล่าต่อว่าแกมักจะมีอะไรไม่รู้เข้ามาสิง แล้วช่วงเวลานั้นแกจะไม่รู้ตัว หรือบางทีมีคนเห็นว่าตัวพี่น้ำมนต์นั้นมักจะคุยอยู่คนเดียว คุยกันไปคุยกันมาแต่เป็นสองเสียง เหมือนเป็นการแบ่งบุคลิกกัน จนกระทั่งที่พี่เขาเล่าไปถึงกลางเรื่อง สักพักนึง พี่เขาก็เงียบ แล้วก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ แล้วก็พูดว่าเขาไม่ใช่คุณน้ำมนต์ เขาเป็นพญานาค ที่เข้ามาอยู่ในตัวพี่น้ำมนต์ เพราะพี่เขาเนี่ยเป็นคนที่บาปเยอะ ต้องเข้ามาสิงเพื่อพาไปบำเพ็ญเพียรทำความดีไถ่บาป จนสุดท้ายแกก็เงียบหายไปแล้วก็กลับมาเป็นพี่น้ำมนต์อีกครั้ง

อันดับที่ 6 กระจกโบราณ
เหตุการณ์นี้เกิดที่จังหวัดนนทบุรี ที่อาคารพาณิชย์สี่ชั้นของครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวใหญ่ คนที่โทรมาเล่านี้ชื่อคุณเปิ้ล คุณเปิ้ลโทรมาเล่าว่าที่บ้านอาคารพาณิชย์หลังนั้นมีพี่สาวกับพี่เขยอาศัยอยู่ แล้วก็หลานอีกสองคนผู้ชายกับผู้หญิง ตัวพี่เขยเนี่ยชอบไปซื้อกระจกเก่าๆ ที่เป็นกระจกโบราณเนี่ยมาเก็บไว้ พอพี่เปิ้ลมาอยู่ด้วยก็มักจะได้ยินหลานชายเค้าซึ่งเป็นโตเป็นหนุ่มวัยรุ่นแล้วคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ทุกคืน ซึ่งพี่เปิ้ลเขาสงสัยมาก พอถามหลานชายว่าคุยกับใคร หลานก็ไม่อยากจะบอกแล้วก็เฉไฉไปโรงเรียนเลย ด้วยความที่อยากรู้พี่เปิ้ลก็เลยเดินขึ้นชั้นสองเพื่อจะไปดูที่ห้องของหลานชาย ระหว่างที่ขึ้นบันไดพี่เปิ้ลก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินจูงมือเด็กแล้วเดินหายเข้าไปในห้องของหลานชาย

อันดับที่ 5 เด็กพิเศษ
เรื่องนี้คนที่โทรศัพท์มาเล่าชื่อว่าคุณกร เขาเล่าว่าช่วงปิดเทอมเขาได้ไปพักที่บ้านญาติที่จังหวัดลพบุรี บังเอิญเขาไปรู้จักกับเด็กคนหนึ่ง เป็นเด็กพิเศษมีชื่อเล่นว่าอ๋อง แต่คนแถวนั้นเขาจะเรียกอ๋องกันว่า "เอ๋อ" ซึ่งบางคนในละแวกนั้นจะค่อนข้างกลัวและไม่อยากให้เข้าใกล้เด็กๆ เพราะคิดว่าอ๋องเป็นคนบ้าสติไม่ดี ครั้งแรกที่กรได้เจอและพูดคุยกับอ๋องนั้นก็เป็นบริเวณหน้าวัดที่อ๋องอาศัยอยู่ ซึ่งกรนั้นพอรู้จักชื่ออ๋องว่าบ้างก็ทักว่า อ้าว อ๋อง ไปไหนๆ คือเด็กพิเศษเวลาที่เขาพูด เข้าจะพูดสั้นๆ อ๋องชี้ไปที่จักรยานแล้วก็บอกว่า มันเสียๆ กรก็ปลอบใจอ๋องและพาอ๋องไปซ่อมรถจักรยานและเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ เมื่อกรสนิทกับอ๋อง ความพิเศษของอ๋องก็ถูกถ่ายทอดมาให้กรรับรู้มากขึ้น

มีอยู่วันหนึ่งคุณกรมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อว่าคุณเก่ง ซึ่งอ๋องกับคุณเก่งไม่เคยเห็นหรือรู้จักกันมาก่อน พอเก่งมาเยี่ยมหากรที่บ้านและอ๋องก็อยู่ด้วย อ๋องเห็นหน้าเก่งก็ชี้ไปที่หน้าของเก่งแล้วบอกว่า "เมีย" หลังจากนั้นประมาณสองสามชั่วโมงก็มีโทรศัพท์มาถึงคุณเก่งว่าภรรยาของเก่งที่ทำงานอยู่ที่โรงงานเย็บผ้านั้นได้รับอุบัติเหตุโดยจักรเย็บเข้าไปที่มือ ทุกคนในตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่อ๋องพูดทักเก่งแต่อย่างใด แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดจึงมาเรียบเรียงดูความแปลกประหลาดที่เกี่ยวกับอ๋องนี้ ส่วนเก่งนั้นมีอาชีพที่เกี่ยวกับมูลนิธิอาสาสมัคร พอเก่งไม่ว่างต้องดูแลภรรยาเลยวานให้กรนั้นไปทำหน้าที่แทนระยะหนึ่ง โดยให้ทำงานคู่กับชาติที่เป็นคู่หูอาสาสมัครของเก่ง อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อไปถึงพบว่าเป็นเหตุการณ์รถพ่วงชนกับรถกระบะ แล้วรถกระบะก็ไถลไปชนกับมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่ง จากเหตุการณ์นีเทำให้คนขับมอเตอร์ไซค์เสียชีวิตและหัวขาดหาหัวไม่เจอ กรกับชาติก็ลงไปช่วยกันหาหัวของศพตรงบริเวณที่เกิดเหตุ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สักพักอ๋องก็พูดออกมาว่าล้อๆ กรเอะใจจึงเอาไฟฉายไปส่องหาที่ล้อรถบรรทุก ก็พบว่าหัวของศพติดอยู่ที่ร่องล้อจริงๆ ก็แปลกใจกันว่าอ๋องรู้ได้ยังไง

จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุด วันหนึ่งกรไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนและฝากสร้อยทองไว้กับอ๋องที่นั่งเล่นอยู่ข้างสนาม พอเตะบอลเสร็จก็เดินมาข้างสนามตรงที่อ๋องอยู่ก็พบว่าอ๋องหายไปไหนก็ไม่รู้ ซึ่งตัวคุณกรนั้นก็ไม่ได้คิดว่าอ๋องจะขโมยทองไปหรืออะไร เพียงแต่สงสัยว่าอ๋องหายไปไหนเท่านั้น จนกระทั่งกรต้องมาเข้าเวรของมูลนิธิพร้อมกับชาติ ระหว่างที่นั่งรถตรวจตรากันอยู่นั้นก็เจอเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างถนน พอขับรถเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นอ๋องที่ตัวเปียกอยู่ พอเข้าไปถามอ๋องก็บอกว่าหนาว ก็เลยพาตัวอ๋องมาเพื่อที่จะไปส่งที่บ้าน พอขับรถไปได้สักพักหนึ่ง อ๋องก็ทุบรถแล้วบอกให้หยุด พอจอดรถได้สักพักหนึ่ง ข้างหน้าก็เกิดเหตุการณ์รถสิบล้อชนประสานงากับรถบัสต่อหน้าต่อตากร ชาติ และก็อ๋อง พอช่วยเหลือเก็บกวาดอุบัติเหตุนี้แล้วก็เดินกลับกันมาที่รถ อ๋องก็ไม่อยู่ซะแล้ว ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอ๋องคงจะเดินกลับบ้านไปเอง

พอรุ่งเช้ากรก็มานั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน และเปิดดูช่องเก็บที่กรมักจะเอาขนมมาใส่ไว้ให้อ๋องกิน ก็พบกระดาษทิชชู่ที่ห่อสร้อยทองที่กรฝากอ๋องตอนเตะบอล สักพักหนึ่งมีคนวอแจ้งว่ามีคนจมน้ำตาย พอกรขับรถไปดูก็พบว่าศพที่จมน้ำเป็นศพของอ๋องที่คาดว่าน่าจะตายตั้งแต่ตอนที่กรเตะบอลอยู่ เพราะช่วงเวลานั้นมีกลุ่มเด็กเล่นน้ำอยู่แล้วมีเด็กคนหนึ่งจมน้ำ อ๋องก็โดดลงไปช่วยทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นและเพิ่งจะพบศพตอนเช้านี้เอง

อันดับที่ 4 แฟนเก่า
เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งโทรมาเล่า เรื่องของเรื่องเขามีแฟนแล้วก็มีนิสัยคล้ายๆ กันคือไม่ค่อยพูด และเนื่องจากเป็นช่วงที่ย้ายที่ทำงานใหม่จึงสนใจแต่เรื่องงานเพราะอยู่ในช่วงทดลองงาน แต่ตัวผู้ชายก็พอรู้อยู่บ้างว่าแฟนสาวของเขานั้นกินยาเยอะมาก พอถามแฟนเขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่วิตามินบำรุงธรรมดา ตัวเขาก็ไม่ได้จะซักไซร้อะไรมากเพราะด้วยความที่ก็ยุ่งเรื่องงาน ก็ได้แต่บอกว่าตัวเองจะกินอะไรมากมายเนี่ย เดี๋ยวจะติดเอานะ จนมาช่วงหนึ่งตัวผู้ชายนั้นทำงานหนักมาก จนนอนที่ออฟฟิศเลย อยู่ไปเรื่อยๆ เขาเอะใจว่าพักนี้แฟนสาวของเขาไม่โทรมาหาเลย โทรไปก็ไม่รับสายจนกระทั่งปิดเครื่องไปเลย แต่ในระหว่างนี้เวลาที่เขากลับบ้านจะพบว่าเหมือนกับมีใครมาทำกับข้าวและซื้อของกินไว้ให้เขา แต่สุดท้ายเมื่อติดต่อไม่ได้จึงตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของแฟน พอไปถึงได้คุยกับพ่อและแม่ของแฟนก็ได้รู้ว่าแฟนเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามอาทิตย์ก่อนเพราะป่วยเป็นลูคีเมีย

เมื่อรู้ว่าแฟนตัวเองตายไปเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วโดยที่ไม่รู้อะไรเลย และด้วยความที่เสียใจที่ไม่ได้ดูแลแฟนเลย แต่ก็ฝืนกลับมาทำงานและใช้ชีวิตต่อให้ได้ เมื่อกลับมาทำงาน เขากลับมีความรู้สึกว่าเหมือนกับมีกับข้าวอยู่ในตู้เย็นยังกับตอนที่แฟนเขายังอยู่ ด้วยความสงสัยเขาเลยไปถามยามกับแม่บ้านที่ดูแลอพาร์ทเม้นต์ว่ามีใครเข้ามาที่ห้องของเขามั้ย ยามกับแม่บ้านก็บอกตรงกันว่า ก็แฟนคุณไง ซื้อกับข้าวมาทำทุกวันเลยแล้วประมาณซักเที่ยงคืนตีหนึ่งแฟนเขาก็กลับ เขาเลยไปปรึกษากับเพื่อน เพื่อนแนะนำว่าถ้าอยากพิสูจน์ว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหนจริง ให้เอาแป้งฝุ่นโรยให้ทั่วห้อง

พอตื่นเช้ามาเขาก็ไปดูที่พื้นก่อนว่ามีรอยเท้ามั้ย ก็พบว่าไม่มีรอยอะไร แต่กลับปรากฏรอยเหมือนมีคนเอาแขนมาพาดไว้บนตัวของเขา พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟัง ทุกอย่างมันก็เฉลยหมดเลยว่า มีอยู่วันหนึ่งที่เป็นวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง ทุกคนเห้นเหมือนกันหมดเลยว่าแฟนสาวของเขามาด้วยโดยนั่งอยู่ในรถ มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้แน่ใจว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหน สุดท้ายเขาจึงจะบวชให้แฟน จนกระทั่งตอนสึก เจ้าอาวาสก็มาบอกกับเขาว่า โยม ที่โยมมาบวชเนี่ย เขารู้นะ วันที่โยมกำลังจะเดินเข้าโบสถ์ เขามาจับชายผ้าเหลืองโยมอยู่นะ

อันดับที่ 3 กระดานอาถรรพ์
คุณเบิร์ดเป็นคนโทรมาเล่าว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนว่าพ่อของเพื่อนเสียชีวิต ก็เลยรวมกลุ่มกันจะไปงานศพ บังเอิญว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเพิ่งกลับมาจากทำงานและตรงดิ่งมาที่วัดโดยที่ไม่ได้เตรียมชุดดำมาด้วย เพื่อนคนนี้ก็เดินหายไปสักพักหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับปลอกแขนสีดำ ซึ่งไปแกะมาจากพวงหรีด ด้วยความที่เฮฮากันตามประสาเพื่อนๆ และปากไม่ค่อยเป็นมงคล เพื่อนคนนี้ก็พูดขึ้นมาว่า งานศพทำไมต้องเป็นกระเพาะปลาวะ ถ้าเป็นงานเรานะจะจัดอาหารให้แบบดีๆ เลย เพื่อนคนอื่นก็ทักกันว่าทำไมพูดอย่างนั้น ก็คุยกันไป ระหว่างที่รอแท็กซี่กันอยู่ ก็หันไปเห็นกระดานงานศพ ด้วยความคะนองก็เลยเขียนชื่อจริง นามสกุลจริงของตัวเองลงไปในกระดานพร้อมวันเผาเสร็จสรรพ ด้วยความที่เขาเป็นคนห้าวๆ กับเพื่อนก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเปิดว่าให้ตรงกับวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดเพื่อที่เพื่อนๆ จะได้มางานได้

เวลาผ่านไปสักพักจนวันหนึ่งเพื่อนคนนี้โทรมาคุยกับคุณเบิร์ดว่าพักนี้เขานอนไม่ค่อยหลับและมักจะฝันว่ามีใครก็ไม่รู้พาเขาไปยังสถานที่หนึ่ง เหมือนเป็นศาลาๆ หนึ่ง แล้วที่หน้าศาลาจะมีผู้ชายผมขาวๆ ซึ่งในฝัน เพื่อนได้เข้าไปคุยกับชายคนนี้ แต่ชายคนนี้ก็นั่งเฉยๆ ไม่ยอมพูดจากับเขาเลย คุณเบิร์ดเห็นเพื่อนไม่สบายใจก็เลยชวนให้เพื่อนไปนอนที่บ้านจะได้คุยปลอบเพื่อนไม่ให้คิดมาก จนเวลาผ่านไป มีอยู่วันหนึ่งคุณเบิร์ดได้รับโทรศัพท์จากญาติของเพื่อนคนนี้ว่าเพื่อนล้มหน้าห้องน้ำและอาการหนัก พอไปเยี่ยมก็พบว่าเพื่อนปอดแฟบและสุดท้ายก็เสียชีวิต พอจะจัดงานศพก็หาวัดไม่ได้จนสุดท้ายกลับไปได้วัดเดียวกับที่พ่อของเพื่อนที่ตายก่อนหน้านี้

อันดับที่ 2 สาวชุดดำ
เรื่องสาวชุดดำเนี่ยเป็นเหมือนกับตำนานของเดอะช็อคก็ว่าได้ เพราะมีคนเจอและมาเล่าในรายการค่อนข้างบ่อย ส่วนมากที่จะไปเจอก็จะเป็นถนนเส้นประชาอุทิศ รัชดา ลักษณะที่เจอก็คล้ายๆ กันว่าเป็นผู้หญิงสองคนมายืนรอ เหมือนรอรถ และใส่ชุดสีดำที่เหมือนเพิ่งกลับจากไปเที่ยวย่านนั้น คนที่เจอและโทรมาเล่าก็จะเป็นแท็กซี่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องที่พีคที่สุดนั้นมีนักเที่ยวคนหนึ่งโทรมาเล่าให้ฟังในรายการ เขาไม่เคยฟังเดอะช็อคมาก่อน เขาเล่าว่าคืนวันที่เจอนั้นเขาไปเที่ยวกลางคืนเสร็จ ขากลับขับรถกลับมาคนเดียว มีผู้หญิงสองคนใส่ชุดสีดำ เหมือนสองคนนี้จะเป็นพี่น้องกันด้วยนั้นโบกรถเขาอยู่ ตามประสาหนุ่มนักเที่ยวเห็นสาวโบกรถก็เลยจอดรับ คนนึงนั่งหน้า อีกคนนั่งหลัง

ระหว่างนั้นเขาก็คุย เท่าที่จำได้คือคนข้างหน้าที่นั่งคู่เขาคุยกันแบบถามคำตอบคำ ส่วนคนข้างหลังนั้นเงียบไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลย จนกระทั่งขับรถมาเกือบจะถึงวัดเสมียนนารีนั้นก็จอดติดไฟแดงและมีรถไฟผ่านมาพอดี เวลาตอนนั้นประมาณตีสามถึงตีสี่ ถนนตอนนั้นเงียบมาก มีรถของเขาจอดติดรถไฟอยู่คันเดียว ระหว่างที่ที่กั้นรถไฟกำลังจะยกขึ้น เขาหันไปดูที่เบาะข้างคนขับก็พบว่าไม่มีใคร หันไปดูที่เบาะหลังก็ไม่มีใครอีกเหมือนกัน มองไปมองมามองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนกระทั่งมองผ่านกระจกไปด้านหน้าก็เจอผู้หญิงทั้งสองคนที่เมื่อกี้นั่งรถของเขาอยู่ ไปนอนคลานอยู่ที่รางรถไฟ โดยที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวขาดครึ่งท่อน และอีกคนพยายามตะเกียกตะกายมาหา เขาตกใจมากสลบคารถไปเลย พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลโดยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่ามีตำรวจมาส่ง และทุกวันนี้เขาเป็นโรคหัวใจ ผีสาวชุดดำที่กลายเป็นตำนานนั้นเพราะไม่ได้มีคนเห็นเพียงแค่คนเดียว มีแท็กซี่เจอผู้หญิงสองคนนี้บ่อยมาก มีการให้เงินโดยสารกันจริงๆ พอมาเปิดดูเงินก็กลับกลายเป็นเศษใบไม้ ดอกไม้จันทร์

อันดับที่ 1 ผีช่องแอร์
เป็นเรื่องจากแฟนรายการคนหนึ่งชื่อว่าคุณบิว เป็นนักดนตรี วันหนึ่งเขาไปเล่นดนตรีที่หาดใหญ่ พอเล่นเสร็จก็กลับมาที่ห้องพักของโรงแรม ก็นั่งสังสรรค์ดื่มกินกันเหมือนทุกครั้งที่ไปเล่นดนตรีด้วยกัน มีเพื่อนคนหนึ่งเดินมาแถวๆ หน้าประตู ที่ข้างบนเป็นช่องแอร์ที่ไม่มีฝาปิด เพื่อนคนนี้ก็ยืนมอง คนอื่นก็ถามว่ามองอะไรวะ เพื่อนคนนั้นกลับไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกจากห้องไปเลย เพื่อนอีกคนสงสัยว่าเพื่อนคนนั้นเป็นอะไร เมาหรือเปล่า ก็เลยเดินออกไปตามดู ก่อนออกจากห้องก็แหงนมองดูที่ช่องแอร์นี้เพราะเห็นเพื่อนมองก็เลยมองบ้าง พอแต่ละคนมองก็มีอาการเหมือนกันหมดคือพอแหงนมองช่องแอร์นี้ปุ๊บก็เดินออกจากห้องไปทันที จนสุดท้ายเหลือแต่คุณบิวคนที่โทรมาเล่า แกสงสัยว่าเป็นอะไรกันไปหมด แกก็เลยเดินออกมาดูบ้าง

พอเดินมามองเขาก็เห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเบียดตัวเองอยู่ในช่องแอร์นี้แล้วห้อยหัวลงมา เขาก็รีบเดินออกมาที่ล็อบบี้ของโรงแรมก็พบว่าเพื่อนๆ นั้นนั่งรอกันอยู่แล้ว แต่ความน่ากลัวของเรื่องเล่านี้อยู่ตรงที่ กลุ่มเพื่อนๆ ที่เจอผีช่องแอร์ในวันนั้นได้ทยอยกันตายเรียงลำดับตามคนที่เจอก่อนจนกระทั่งเหลือคุณบิวกับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ไปอยู่เมืองนอกแล้ว ส่วนตัวเขานั้นตอนที่เล่าก็บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขานั้นจะตายตามเพื่อนไปวันไหน ซึ่งเมื่อตามไปดูประวัติก็พบว่ามหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนกับจะทำงานขายบริการถูกฆ่าตายที่ห้องนี้ โดยถูกฆ่าตัดหัวแล้วเอาหัวไปซ่อนไว้ในช่องแอร์นี้เพื่ออำพรางศพ

สยองขวัญ
จัดอันดับ
เมษายน 25, 2017, 11:34:45 AM
ตอบกลับ #1
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต
ก่อนอื่น! ต้องขอทำความเข้าใจกันสักนิดเผื่อว่าจะมีใครงง… มังงะ ที่เรากำลังพูดถึงนี้หมายถึง หนังสือการ์ตูน ส่วนที่เราเห็นตัวการ์ตูนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวปล่อยพลังใส่กันเป็นฉากๆ มีเสียงคนพากย์เพิ่มอรรถรสความเมามันส์แบบนั้นคือ อนิเมะ ส่วนมากแล้วการ์ตูนเรื่องนึงมักมีทั้งมังงะและอนิเมะ ใครชอบแบบไหนเลือกรับชมกันตามสะดวก และก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า วันนี้จะพูดถึง มังงะ ลองมาดู 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต จะแจ่มแจ๋วขนาดไหนอย่าได้พลาดเชียว!

10. HunterxHunter


การ์ตูนมังงะที่เข้ามาในอันดับ 10 คือเรื่อง ฮันเตอร์ ฮันเตอร์ ที่เขียนโดย โยชิฮิโร โตกาชิ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายที่ออกตามหา จิน ฟรีคส์ ผู้เป็นพ่อ และมีความใฝฝันจะเป็นฮันเตอร์ตามรอยพ่อเช่นกัน เรื่องราวระหว่างการเดินทางของเด็กชายคนนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างต้องไปอ่านกันดู ว่าแต่การ์ตูนเรื่องนี้…เขียนมากี่ปีแล้วนะ?

9. Berserk


เบอร์เซิร์ก ที่เขียนโดย เคนทาโร่ มิอุระ เรื่องราวของ กัซ นักดาบในยุคกลางที่เข้าร่วมสงคราม และเข้าร่วมต่อสู้กับพระเจ้า อันดับการ์ตูนมังงะเรื่องนี้มีเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ์ตูนที่มียอดขายถล่มทลายอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน

8. Slam Dunk


การ์ตูนที่ปลุกกระแสกีฬาบาสเก็ตบอลได้เป็นอย่างดี! สแลมดังก์ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเขียนโดย ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เรื่องราวของกีฬา ความรัก และพองเพื่อน ความน่าประทับใจเหล่านี้ไม่แปลกหรอก ที่เรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนขวัญใจของใครหลายๆ คน

7. Fullmetal Alchemist


ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ หรือชื่อไทยว่า แขนกล คนแปรธาตุ เรื่องราวของสองพี่น้อง เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค ที่ศึกษาวิชาต้องห้ามอย่างการเล่นแร่แปรธาตุ เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นโดย ฮิโระมุ อาราคาวะ เป็นมังงะที่อัดแน่นไปด้วยการต่อสู้สุดมันส์ แถมยังซ่อนฉากเรียกน้ำตาเอาไว้มากมายอีกด้วย

6. Fairy Tail


การ์ตูนแนวแฟนตาซีที่เขียนโดย ฮิโระ มาชิม่า เล่าถึงเรื่องราวความป่วน การต่อสู้ และการผจญภัยของเหล่าจอมเวทย์แห่งกิลด์ แฟรี่เทล การพบกันระหว่าง ลูซี่ หญิงสาวผู้มีความสามารถในการอัญเชิญเทพแห่งดวงดาว กับ นัตสึ บุตรบุญธรรมของมังกรอิกนีล ผู้สามารถใช้ไฟ ทั้งสองคนได้ร่วมต่อสู่กับจอมเวทย์คนอื่นๆ จนนำไปสู่เรื่องราวความสนุกสนาน ณ ที่แห่งนี้

5. Bleach


เทพมรณะ การ์ตูนชื่อดังผลงานการสร้างสรรค์ของ คุโบะ ไทเทะ เรื่องราวของ คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ได้พบกับยมฑูตนามว่า คุจิกิ ลูเคีย แล้วเรื่องราวความสนุกสุดมันส์ในการเป็นยมฑูตของอิจิโกะก็ได้เริ่มขึ้น

4. Death Note


การ์ตูนแนวลึกลับ ผลงานเขียนเรื่องของ สึงุมิ โอบะ และวาดภาพโดย ทาเคชิ โอบาตะ เรื่องราวของยางามิ ไลท์ เด็กนักเรียนมัธยมปลายระดับหัวกะทิที่ได้พบกับสมุดเดธโน้ตของยมฑูต ลุค ที่สามารถฆ่าคนได้เพียงเขียนชื่อคนๆ นั้นลงในสมุดบันทึกเล่มนั้น ความเข้มข้นของเนื้อหา การหักมุม และมุขตลกร้ายที่แฝงอยู่ในเรื่องนำให้การ์ตูนเรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจทั้ง มังงะ และอนิเมะเลยทีเดียว

3. Dragon Ball


ชาลา-เฮด-ชาลา เรื่องราวของการออกตามหาดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรหนึ่งข้อจากเทพเจ้ามังกร เป็นผลงานการเขียนของ โทริยาม่า อากิระ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว… คงไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้หรอกเนอะ เรียกได้ว่าหลายคนโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้เลยล่ะ

2. Naruto


นินจาจอมคาถานารูโตะ เรื่องราวของเด็กหนุ่ม อุซึมากิ นารูโตะ ผู้มีปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถูกผนึกไว้ในตัว! เขียนโดย มาซาชิ คิชิโมโตะ มังงะเรื่องนี้สร้างความสนุกให้กับผู้ชมมายาวนานกว่า 15 ปี จริงๆ แล้วเรื่องอื่นอาจจะนานกว่าอีก เพียงแต่เรื่องนี้เหล่าแฟนๆ ของนินจาหน้าแมวได้รับชมตอนจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ แถมตอนนี้ยังมีภาคต่อของลูกชายนารูโตะออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสนุกสนานได้เท่ารุ่นพ่อรึเปล่า

1. One Piece


“ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!” ประโยคที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มังกี้ ดี ลูฟี่ พูดไว้อยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยในยุคทองของโจรสลัดที่ออกตามล่าหา วันพีช เขียนโดย เออิจิโร่ โอดะ จัดว่าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีแฟนคลับมากที่สุดในโลกอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ถ้านับเวลานี่ก็ปาเข้าไป 17 ปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ…ได้ข่าวแว่วๆมา(อีกละ) ว่านักวาดเขาวางแผนตอนจบไว้อีก 10 ปีข้างหน้า…สู้ต่อไปนะลูฟี่ และแฟนคลับวันพีชทั้งหลาย

สุดยอดไปเลยนะเนี่ย! การ์ตูนมังงะแต่ละเรื่องนี่แทบจะเป็นตำนาน ที่เราบอกว่าต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิตก็เพราะไม่อยากให้คุณพลาด! เรื่องราวความสนุกครบรส กินใจแบบนี้ไง ชอบแนวไหนไปหาอ่านกันดู

ขอขอบคุณที่มาจาก daily.rabbit.co.th/การ์ตูนห้ามพลาด

สยองขวัญ
จัดอันดับ
เมษายน 25, 2017, 11:35:31 AM
ตอบกลับ #2
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

13 ตำนานผีเฮี้ยนของไทย
1. ผีฟ้าและเทพารักษ์
จะชอบอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรในน้ำหรือบนต้นไม้ บางทีจะเรียกว่าเทวดาหรือเจ้าที่ เช่น เจ้าทุ่ง เจ้าท่า เจ้าป่า เจ้าเขา ผีชนิดนี้จะถือว่าเป็นผีตามธรรมชาติ
2. ผีนางตะเคียน
ว่ากันว่าเป็นผีผู้หญิงสาวและสวย มีอิทธิฤทธิ์มากมาย จะสิงสถิตย์ประจำต้นตะเคียน โดยเฉพาะต้นที่มีอายุเก่าแก่หลายปี คนไทยสมัยก่อนมักจะไม่นิยมนำไม้ตะเคียนมาปลูกบ้าน เพราะเชื่อว่ามีผีนางตะเคียนสิงอยู่ในนั้น
3. ผีปอบ
เป็นผีที่ไม่มีตัวตน ชอบสิงอยู่ในร่างคน กินตับไตไส้พุงของเจ้าของร่างจนหมด จึงออกไปจากร่างของคนที่ถูกผีปอบเข้าสิง และเมื่ออยู่ต่อหน้าคนมากๆ จะทำเป็นเจ็บไข้ได่ป่วย ไม่มีเรี่ยวมีแรง แต่พอเวลากลางคืน ก็จะแอบมากินเป็ดไก่สดๆ แบบดิบๆ จนเป็นที่สยดสยองของชาวบ้าน
4. ผีนางตานี
เป็นผีผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม และมีอภินิหารคล้ายกับผีนางตะเคียน แต่จะสิงสถิตย์อยู่ที่ต้นกล้วยตานี เล่ากันว่ามักจะปรากฏร่างในคืนพระจันทร์เต็มดวง คนโบราณจึงไม่นิยมปลูกกล้วยตานีไว้ในบ้าน เพราะกลัวผีนางตานี
5. ผีกองกอย
เชื่อว่าเป็นผีจำพวก ผีโป่ง ผีค่าง หรือผีป่า ชอบสูบเลือดที่เท้าคนกิน บางทีก็จะเรียกว่าผีดิบ รูปร่างเป็นอย่างไรไม่ปรากฏแน่ชัด บางคนก็ว่าชอบกระโดดขาเดียวไปไหนมาไหน และจะพบอยู่ในป่าลึก
6. ผีทะเลหรือผีพราย
เป็นผีที่สิงสถิตย์อยู่ในทะเล ทำให้เกิดคลื่นลม ชาวเรือมักจะสังเกตที่เสากระโดงเรือ ถ้าหากมีแสงเรืองขึ้นมา แสดงว่าจะถูกผีเรือเล่นงาน ต้องรีบหาทางเอาตัวรอด เพราะเรือนั้นใกล้จะจมลงแน่ๆ
7. ผีตายโหง
เป็นผีที่มีความดุร้ายมาก เพราะตายแบบผิดธรรมชาติ เช่นถูกฆ่าตาย ถูกรถทับตาย ตกน้ำตาย วิญญาณจะไม่สงบเท่าที่ควร ไม่ไปผุดไปเกิดง่ายๆ ต้องรอให้มีคนมาตายแทนในสถานที่ที่ตัวเองตายตรงนั้น จึงจะไปเกิด บริเวณที่มีคนตายโหงจึงจะมีคนตายโหงอยู่เรื่อยๆ คนส่วนมากมักจะโดนผีประเภทนี้หลอกหลอนมากที่สุด เรียกว่าถ้าคุณไปไหนในเวลาค่ำคืน จงระวังผีตนนี้ไว้ให้ดี
8. ผีตายทั้งกลม
เป็นผีผู้หญิงที่ตั้งท้องแล้วตายไปพร้อมกับลูกในท้อง จัดเป็นผีตายโหงด้วย เพราะตายแบบผิดธรรมชาติ จึงมีความดุร้ายมาก เช่นผีแม่นาคพระโขนง เรียกว่าผีแบบนี้ใครได้เจอจะต้องขนลุกอย่างแน่นอน
9. ผีถ้วยแก้ว
เป็นการเล่นกับผี โดยวิธีเล่นจะจุดธูปเชื้อเชิญวิญญาณผีเร่ร่อน หรืออาจจะเป็นผีที่ตายโหง โดยการเล่นนั้นจะอัญเชิญผีถ้วยแก้วเข้ามาอยู่ในแก้ว โดยจะมีการทำตารางตัวอักษร สระ พยํญชนะ และตัวเลข แล้วใช้ถ้วยตะไลคว่ำลงบนกระดาษ ให้คนเล่น 4 คนใช้นิ้วแตะก้นแก้ว ตั้งคำถามให้ผีตอบ เมื่อมีวิญญาณมาสิงที่แก้วแล้ว ถ้วยแก้วนั้นก็จะเดินไปผสมตัวอักษรให้เป็นคำ เพื่อตอบคำถามของผู้เล่น
10. ผีอำ
เป็นการอำที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของผีเวลาที่นอนหลับอยู่ ทำให้รู้สึกว่ามีใครมาบังคับให้ขยับตัวไม่ได้ มีคนมานั่งทับ ดึงแขนขา บ้างก็ทำให้อึดอัดหายใจไม่ออก ต้องพยายามต่อสู้ดิ้นรนจนเหนื่อย
11. ผีเปรต
เป็นคนที่ตายไปแล้ว เมื่อตายกลายเป็นผีที่มีรูปร่างสูงโย่งเย่ง ผอมโซ คอยาว กินเลือดและกินหนอง เชื่อกันว่าสมัยที่เป็นคนนั้นทำบาปไว้อย่างมหันต์ เนรคุณ ด่าพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือทำร้ายผู้ทรงศีล บ้างก็เล่าว่าเปรตบางตัวมีกงจักรพัดอยู่บนหัว ทำให้เลือดไหลไม่หยุด ต้องยืนตัวสั่นขาแข็ง ปรากฏกายบนโลกมนุษย์บ้าง หรือไม่ก็ต้องอยู่ในขุมนรกจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม
12. ผีกระสือ
เป็นผีผู้หญิง ส่วนมากมักเป็นหญิงแก่ชรา เวลากลางวันจะเป็นคนธรรมดา แต่จะหลบผู้คน ไม่สุงสิงกับใคร และจะออกหากินในเวลากลางคืน โดยถอดเอาหัวกับตับไตไส้พุงลอยไปในเวลาค่ำคืน อาจจะเห็นเป็นดวงไฟสีเขียวเรืองๆ หรือสีส้มเรืองๆ ดวงใหญ่ส่องแสงวูบวาบ ชอบกินของสดคาว ของเน่าเหม็น ผีกระสือเวลาจะตายมักจะต้องมีทายาทสืบต่อโดยการคายน้ำลายถ่ายเข้าไปในปากลูกหลานหรือผู้สืบทอดคนใดคนหนึ่ง ถึงจะตายได้อย่างสงบ
13. ผีกระหัง
เป็นผีชนิดเดียวกับผีกระสือ ต่างกันตรงที่เป็นผีผู้ชาย ชอบกินของสกปรก เน่าเหม็นเหมือนผีกระสือ เวลาจะไปไหนจะมีกระด้งสองใบทำเป็นปีก และมีสากตำข้าวเป็นหาง

สยองขวัญ

จัดอันดับ

เมษายน 25, 2017, 11:36:00 AM
ตอบกลับ #3
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

20 อันดับการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลใน Shonen Jump ของนักอ่านชาวญี่ปุ่น
ทางนิตยสาร Da Vinci ได้ทำการรวบรวมสถิติการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลของนักอ่านชาวญี่ปุ่น ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อจัดอันดับการ์ตูนขวัญใจที่ดีที่สุดตลอดกาลของนิตยสาร Shonen Jump จะมีเรื่องอะไรบ้าง ลองไปดูกันดีกว่า

? 20  การ์ตูน To LOVE Ru  (Kentaro Yabuki: Author, Saki Hasemi: Original)
? 19  การ์ตูน City Hunter (Tsukasa Hojo)
? 18  การ์ตูน Haikyu  (Haruichi Furudate)
? 17  การ์ตูน Katekyo Hitman REBORN!  (Amano Akira)
? 16  การ์ตูน BLEACH  (Kubo Taito)
? 15  การ์ตูน DEATH NOTE  (Takeshi Obata: Author, Tsugumi Ohba: Original)
? 14  การ์ตูน Hikaru no Go  (Ken Obata)
? 13  การ์ตูน Rurouni Kenshin  (Nobuhiro Watsuki)
? 12  การ์ตูน Kuroko's Basketball  (Tadatoshi Fujimaki)
? 11  การ์ตูน HUNTER ? HUNTER  (Yoshihiro Togashi)

อันดับที่ 10 : การ์ตูน Saint Seiya โดย อ.คุรุมาดะ มาซามิ



อันดับที่ 9 : การ์ตูน Naruto โดย อ.คิชิโมโตะ มาซาชิ



อันดับที่ 8 : การ์ตูน Hokuto no Ken โดย อ.บุรอนสัน และ อ.ฮาระ เทะสึโอะ



อันดับที่ 7 : การ์ตูน Kochira Katsushika-ku Kameari Kouen Mae Hashutsujo (KochiKame) โดย อ.อากิโมโตะ โอซามุ



อันดับที่ 6 : การ์ตูน Captain Tsubasa โดย อ.ทาคาฮาชิ โยอิจิ



อันดับที่ 5 : การ์ตูน Jojo no Kimyou na Bouken โดย อ.อารากิ ฮิโรฮิโกะ



อันดับที่ 4 : การ์ตูน Slam Dunk โดย อ.อิโนะอุเอะ ทาเคฮิโกะ



อันดับที่ 3 : การ์ตูน Gintama โดย อ.โซราชิ ฮิเดอากิ



อันดับที่ 2 : การ์ตูน One Piece โดย อ.โอดะ เอย์อิชิโระ



อันดับที่ 1 การ์ตูน ขวัญใจของนักอ่านชาวญี่ปุ่นตลอดกาลก็คือ : Dragonball โดย อ.โทริยาม่า อากิระ



source https://pantip.com/topic/32855036

ขายการ์ตูนออนไลน์
เมษายน 25, 2017, 11:36:38 AM
ตอบกลับ #4
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

Serial Killer Definition
Like certain other terms—obscenity, for example—serial killing is surprisingly tricky to define. Part of the problem is that police definitions tend to differ from popular conceptions. According to some experts, a serial killer is any murderer who commits more than one random slaying with a break between the crimes. There is certainly some validity to this viewpoint. If (for example) Ted Bundy had been caught after committing only a couple of atrocities, he wouldn’t have gained worldwide notoriety—but he still would have been what he was: a demented personality capable of the most depraved acts of violence. Still, it’s hard to think of someone as a serial killer unless he’s killed a whole string of victims.

How many victims constitute a “string”? Again, it’s hard to be precise. The most infamous serial killers—Bundy, Gacy, Dahmer, etc.—are the ones responsible for double-digit murders. Most experts seem to agree, however, that to qualify as a serial killer, an individual has to slay a minimum of three unrelated victims.
The notion of a string implies something else besides sheer number. A serial killer must perpetrate a number of random killings with an emotional “cooling-off” period between each crime. This hiatus—which can last anywhere from hours to years—is what distinguishes the serial killer from the Mass Murderer, the homicidal nut who erupts in an explosion of insane violence, killing a whole group of people all at once. Thus, the official FBI definition of serial homicide is “three or more separate events with an emotional cooling-off period between homicides, each murder taking place at a different location.”
There are several problems with this definition, however. For one thing, not all serial killers commit their murders in different locations. The nearly three dozen victims of John Wayne Gacy, for example, all met their horrible deaths in the basement of his suburban ranch house. And there are murderers who commit three or more separate homicides over extended periods of time who aren’t serial killers: mob hitmen, for example.
What distinguishes a professional hitman from a serial killer, however, is that one kills for money—it’s his job—while the other kills purely for depraved pleasure. A hitman may enjoy his work, but murder isn’t his primary source of sexual gratification. The situation is different with psychos like Gacy, who reach the heights of ecstasy while perpetrating their atrocities. According to many experts, in other words, true serial killer always involves an element of unspeakable sexual Sadism.

Taking these issues into account, the National Institute of Justice offers a definition we find more useful than the FBI’s: “A series of two or more murders, committed as separate events, usually but not always committed by one offender acting alone. The crimes may occur over a period of time ranging from hours to years. Quite often the motive is psychological, and the offender’s behavior and the physical evidence observed at the crime scenes will reflect sadistic, sexual overtones.”

เมษายน 25, 2017, 11:37:51 AM
ตอบกลับ #5
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

อากาศร้อนๆ ถ้าได้ดื่มน้ำผลไม้แช่เย็นสักแก้วหรือสักขวดก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็นแต่จะเลือกชนิดคั้นสด หรือชนิดใส่ขวดและกล่อง แบบไหนดีกว่ากัน

น้ำผลไม้แช่เย็นๆ ที่ดื่มปุ๊บแล้วสดชื่นปั๊บ ก็เพราะในน้ำผลไม้มีน้ำตาลฟรุคโตสที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วทันทีกว่าผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นๆ แถมความเย็นก็จะไปช่วยคลายร้อนในร่างกายให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อันเป็นการทำงานของความหวานบวกกับความเย็นและถ้าจะให้ดีควรเป็นชนิดคั้นสดหรือสกัดเย็น

น้ำผลไม้สกัดเย็น
ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นคำว่า “สกัดเย็น” ซึ่งเป็นกรรมวิธีการผลิตที่การันตีถึงของดีมีประโยชน์ โดยที่วิตามินต่างๆ ไม่ถูกทำลายไป คุณจึงเห็น
น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว ผลิตด้วยวิธีสกัดเย็นเต็มท้องตลาด รวมทั้งน้ำผลไม้สกัดเย็น เพราะความร้อนไม่ไปทำลายวิตามินต่างๆ
แต่ในทางกลับกันความร้อนก็สามารถไปฆ่าเชื้อโรคทำให้อาหารสะอาดและเก็บได้นานขึ้น น้ำผลไม้สกัดเย็น คือน้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่ผ่าน
ความร้อน จึงควรดื่มทันทีที่คั้นเสร็จ หรือไม่ก็แช่เย็นไว้ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเติบโตได้เร็ว ปัจจุบันเทรนด์การดื่ม น้ำผลไม้สกัดเย็นเพื่อสุขภาพ เช่น เสริมวิตามินซี ช่วยบู๊ตอัพร่างกาย ดีท็อกซ์ (ขับสารพิษ) กำลังมาแรง

ดังจะเห็นได้จากในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ หรือทาง อินเทอร์เน็ต และไม่ใช่น้ำผลไม้ชนิดเดียวอย่างน้ำส้มคั้นที่มีขายทั่วไปตามริมถนน แต่จะมีน้ำหลากหลายขึ้น เพราะเชื่อว่าน้ำผลไม้ชนิดเดียวหวานเกินไปจึงผสมน้ำผักรวมไปด้วยเพื่อให้ได้วิตามินครบถ้วน เช่น น้ำแอปเปิ้ลเขียวผสมเซเลอรี น้ำต้นข้าวสาลีอ่อน ผสมน้ำแอปเปิ้ลเขียวและน้ำฝรั่ง เป็นต้น

น้ำผลไม้สดเหล่านี้มักจะใส่ขวดแก้วหรือพลาสติกใสเนื้อแข็งคุณภาพดีเพื่อไม่ให้กรดในน้ำผลไม้ไปทำปฏิกิริยากับพลาสติก และยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ขวดสี่เหลี่ยม ขวดอ้วนกลมให้เหมือนกับยาเป็นต้น บางแบรนด์พิถีพิถันเรื่องอุปกรณ์การคั้น เพราะปัจจุบันมีหลากหลายแบบให้เลือก เครื่องที่ใหญ่เกินไปและคั้นได้จำนวนมาก ในขณะทำงานเครื่องจะเกิดความร้อนและทำให้น้ำผลไม้สูญเสียวิตามินได้ ดังนั้นบางแบรนด์จึงเลือกเครื่องคั้นหรือสกัดน้ำผลไม้ซึ่งมีส่วนที่เป็นตัวคั้น (ที่ต้องใช้ไฟฟ้า) ไม่ใหญ่เกินไป และยังแยกใช้เครื่องที่สกัดพืชหัว เช่น แครอต บีตรูต กับผลไม้อย่างส้มที่มีน้ำมาก คนละเครื่อง และมีเทคนิควิธีคั้นเพื่อเพิ่มเนื้อบีตรูต หรือแครอตลงไปด้วยนิดหน่อย เพื่อช่วยเพิ่มกากใย
ให้ร่างกายเป็นต้น

น้ำผลไม้เหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นระดับพรีเมียมราคาสูง ไม่มีขายทั่วไปให้เห็นแต่จะขายเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ หรือร้านอาหาร ร้านกาแฟ
ในย่านหรู และขายทางอินเทอร์เน็ตตามออเดอร์ ราคาขั้นต่ำประมาณขวดละ 100 บาท จึงไม่ใช่น้ำผลไม้ภาพลักษณ์เดิมๆ อย่างที่เคยเห็น ส่วนคุณภาพก็ตามราคาและพอมั่นใจได้ว่าจะเก็บแช่เย็นไว้อย่างดี

น้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์มีจริงไหม
นอกจากน้ำผลไม้สกัดเย็นแล้ว น้ำผลไม้พร้อมดื่มที่คุณคุ้นเคยซึ่งวางขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ทั้งชนิดขวดและชนิดกล่อง ทั้งผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศยี่ห้อแตกต่างกันไป จะมีฉลากที่เขียนกำกับไว้ ซึ่งบางคนอ่านแล้วจะงงๆ เช่น “น้ำผลไม้ 100%” (100% Juice) หมายถึงทำจากผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งล้วนๆ ไม่มีผลไม้อย่างอื่นปะปน “น้ำผลไม้ 100% จากน้ำผลไม้เข้มข้น” (100% Juice from Concentrate) หมายถึงทำจากน้ำผลไม้เข้มข้นมาเจือจางด้วยน้ำตามอัตราส่วน เพื่อให้มีคุณภาพเหมือนกับน้ำผลไม้ 100%

ส่วนน้ำผลไม้ที่ไม่ได้มาจากผลไม้ล้วนๆ ในฉลากต้องบอกตัวเลขกำกับด้วยว่าทำจากผลไม้กี่เปอร์เซ็นต์ เช่น น้ำส้ม 40% อีก 60% อาจเป็นน้ำแต่งสีแต่งกลิ่น ให้เหมือนน้ำส้มจริงๆ หรือมีส่วนผสมอื่น เช่น วุ้นน้ำมะพร้าว เกล็ดส้ม ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าต้องระบุให้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ต้องมีส่วนผสมที่เป็นผลไม้ไม่ต่ำกว่า 20% จึงจะใช้คำว่า “น้ำผลไม้” ได้จากข้อกำหนดเหล่านี้จึงไม่ได้หมายความว่าไม่มีส่วนผสมอื่นๆ นอกจากน้ำผลไม้ เพราะฉะนั้นน้ำผลไม้จึงสามารถใส่สี กลิ่น รส เติมให้ถูกใจผู้บริโภคได้ แต่ต้องมีการระบุไว้ในฉลากให้ชัดเจน ถ้าคุณอ่านดีๆ จะเห็นว่าเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ (แต่ตัวเล็กมาก) บางแบรนด์ใช้คำว่า “ไม่เติมน้ำตาล” (No Sugar Added) แปลว่าไม่มีการเติมน้ำตาลลงไป เพื่อปรุงรสให้หวานกว่าธรรมชาติของผลไม้นั้น

น้ำผลไม้ต่างประเทศที่ระบุว่า “ทำจากน้ำผลไม้ 100%” (Made with 100% Juice) ก็คือมีน้ำผลไม้ 100% เป็นส่วนผสม อาจเป็นน้ำผลไม้หลายชนิดผสมกัน หรือเป็นน้ำผลไม้ 100% ผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ก็ได้ ส่วนน้ำผลไม้ที่ใส่ขวดหรือกล่องแบบใด จะดีกว่านั้นขึ้นอยู่กับระบบการฆ่าเชื้อโรค โดยทั่วไป ต้องฆ่าเชื้อด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก่อน จึงเก็บได้นานเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น เช่น ถ้าเป็นการพาสเจอไรซ์โดยให้ความร้อนด้วยอุณหภูมิ ที่ไม่สูงนัก พอๆ กับการต้มเดือด แล้วจึงนำน้ำผลไม้ ไปใส่ขวด/กล่อง วิธีนี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคทั้งหมดจึงเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าไว้นอกตู้เย็นก็จะเสียเร็วขึ้น ถ้าเป็นระบบสเตอริไรซ์จะบรรจุน้ำผลไม้ในขวด/กล่องหรือกระป๋องแล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียสและทำให้เย็นทันที ส่วนกระบวนการยูเอชทีคือให้ความร้อนน้ำผลไม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 121 องศาเซลเซียสอย่างน้อย 0.1 วินาทีแล้วทำให้เย็นทันที ก่อนที่จะบรรจุลงในกล่องยูเอชทีที่ปลอดเชื้อ
ด้วยความร้อนที่สูงมากเช่นนี้ เชื้อโรคจึงตายหมด ไม่จำเป็นต้องเติมสารกันบูด น้ำผลไม้เหล่านี้จึงเขียนบนฉลากว่า “ไม่ใช้วัตถุกันเสีย” (No Preservatives) ทำให้คนซื้อที่ไม่อ่านละเอียดเข้าใจสับสนว่าน่าจะเป็นน้ำผลไม้บริสุทธิ์ (ที่มีวิตามินด้วย) และแน่นอนว่าความร้อนสูงขนาดนี้ย่อมทำลายวิตามินต่างๆ ไปโดยปริยาย น้ำผลไม้เหล่านี้จึงต้องเติมวิตามินต่างๆ กลับเข้าไปเพื่อให้นน้ำผลไม้กลับมามีวิตามินและคุณค่าทางอาหารอีกครั้ง ซึ่งจะเติมมากเติมน้อยเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหรือเท่ากับน้ำผลไม้คั้นสดหรือไม่ คุณก็ต้องอ่านฉลากให้ละเอียด

เรื่องของน้ำผลไม้ถ้าจะดื่มให้คลายร้อน มีวิตามินและคุณค่าอาหารเต็มเปี่ยมก็ดูจะยุ่งยากใช้ได้อยู่ คล้ายจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ไม่ง่าย หน้าร้อนนี้ ก่อนหยิบน้ำผลไม้พร้อมดื่มรสที่คุณชอบก็ควรอ่านฉลากให้ละเอียด ถ้ากลัวยุ่งยากและไม่ซีเรียสก็ดื่มสลับๆ กันไปทั้งชนิดพร้อมดื่มและคั้นสด เพราะถ้ามัวแต่คิดไปคิดมาอาจทำให้ความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้น น้ำผลไม้เลยไม่ได้ช่วยให้คลายร้อนกันพอดี
เมษายน 25, 2017, 11:39:02 AM
ตอบกลับ #6
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

บล็อกจัดอันดับของกินร้านอร่อย จัดอันดับชีวิตสัตว์ ไขปริศนาคดีดัง บทความน่ารู้ ความรู้รอบตัว มาดูกันได้ที่  จัดอันดับ


50 อาหารแปลกขายดีของญี่ปุ่น


อาหาร 100 อย่างตามทางรถไฟสายยามาโนเตะ


10 อันดับอาหารหม้อไฟของญี่ปุ่น


50 เมนูอาหารญี่ปุ่นบนทางด่วน


30 อันดับขนมหวานเมืองคามาคูระประเทศญี่ปุ่น


5 สุดยอดร้านกระเพาะปลาในกรุงเทพ


5 สุดยอดร้านกุ้งอบวุ้นเส้น


5 สุดยอดร้านเกาเหลาเลือดหมู


5 สุดยอดร้านโจ๊กในกรุงเทพ


ย้อนรอยคดีพิศวาสฆาตกรรม นวลฉวีและศยามล


ไขปริศนาใครคือแจ๊คเดอะริปเปอร์ (Jack The Ripper)


คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง (Red Barn Murder)


โจโจ้ซัง แม้เป็นเพียงเกอิชาก็ขอมีรักแท้


10 อันดับสัตว์ยอดแหยะ


20 พืชผักแปลกสายพันธุ์เก่าแก่ 


คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง 


ย้อนรอยคดีซีอุยฆ่ากินเครื่องในเด็ก 


10 อันดับสัตว์แปลกที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด 


10 เกมส์ทำอาหารน่าเล่น 


แนะนำเกมส์ทำอาหาร 2 Tasty Too


สมุนไพรต้นเหงือกปลาหมอ


ย้อนรอยคดีเพชรซาอุ


ว่าด้วยเรื่องราวความ หลากหลายของเครื่องดื่มทั่วโลก


ตำนานธอร์ (Thor) เทพสายฟ้า 


20 เมนูกับข้าวยอดนิยมของญี่ปุ่น


แนวข้อสอบใบขับขี่ คู่มือสำหรับผู้ทดสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับรถ ชุดที่ 1


แนวข้อสอบใบขับขี่ คู่มือสำหรับผู้ทดสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับรถ ชุดที่ 2


เอเลี่ยนสปีชี่ส์ หายนะจากต่างแดน ผักตบชวา ไมยราบยักษ์ ปลาซัคเกอร์ หอยเชอรี่


10 วิธีขาวใสไม่พึ่งกลูต้าไธโอน 


คดีโหดแห่งเขาแอลป์


รื้อคดี นาตาลี วู้ด อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม


ขุนศึกหญิงแดนมังกร มู่กุ้ยอิง หวางชิงเอ๋อ และฮัวมู่หลาน


ลีโอ ตอลสตอย เมื่อความรักฆ่านักปราชญ์ 


มฤตยูในสายน้ำ แมงกะพรุนกล่อง 


วิเคราะห์นิยายเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์


วิธีตั้งเลขพยากรณ์ ดูดวงตำราพรหมชาติ 


พระนางเลือดขาว ตำนานรักและคำสาปแห่งเกาะลังกาวี 


รักร่วมสายเลือด คู่รักพี่น้องชาวเยอรมัน

เมษายน 25, 2017, 11:39:41 AM
ตอบกลับ #7
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

แหล่งรวมบทความสารคดี ความรู้ทั่วไป ประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่ จัดอันดับ


25 สัตว์น้ำรูปร่างหน้าตาประหลาด


25 สถานที่ทั่วโลกสำหรับการดำน้ำ


อาหารประเทศอาเซียน


สารคดีสงครามเย็น บทบาทของผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสชอฟ


สุดยอด สไนเปอร์ ในสมรภูมิรบ


สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่ (Apache Helicopter)


สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง (Stephen Hawking)กับคำถามสำคัญของเอกภพ


กำเนิดดวงอาทิตย์


กำเนิดเอกภพ


101 เมนูซูชิ


การพบเห็นมนุษย์ต่างดาวในประวัติศาสตร์ 


7 ขนมหวานยอดฮิตของเยอรมัน


10 สถานที่สุดแห่งความสยองขวัญ 


มฤตยูในสายน้ำ แมงกะพรุนกล่อง 


10 อันดับสัตว์ผีดูดเลือด


Cloud Computing ระบบคอมพิวเตอร์เหนือเมฆ


ข้อควรรู้ก่อนฉีด Botox หรือ Filler 


ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี


จำนำข้าว...หายนะเศรษฐกิจข้าวไทย


ติ่มซำ


ทานอาหารล้างพิษ


 บทสัมภาษณ์ วิกรม กรมดิษฐ์ จากรายการตอบโจทย์ประเทศไทย พูดถึงประเทศต่างๆในอาเซียน


  บทสัมภาษณ์ลีน่าจัง จากรายการคนดังนั่งเคลียร์ เปิดฉากด่าเละ โดนโกงด่าไม่เลิก มหากาพย์ชีวิตดราม่า แรงจัดเต็ม


ประโยชน์จากใบเตย 


ประวัติและชีวิตส่วนตัวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) 


ปูม้า


มองโลกแบบวิกรม ตอน ธุรกิจที่ขยายตัวมากที่สุดหลังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


ร้านอาหารปักษ์ใต้ ฉวาง 


หมึกโอชา


4 โรคทางประสาทน่ารู้


10 ข้อเสียของการไม่มีแฟน


รวมพลคนกล้ามใหญ่


สิ่งที่ทำให้คุณหลงรักผู้ชายเจ้าชู้


30 อันดับเมนูจากหูฉลาม


10 อันดับการคิดค้นของสัตว์


นิทานไทย เรื่อง กระต่ายสามขา


นิทานเรื่อง เพราะเหตุใดจระเข้จึงไม่มีลิ้น


ประวัติหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้


สรงน้ำพระธาตุตามปีเกิดด้วยหัวใจอิ่มบุญ


นิทานธรรมชาดก


10 อันดับของไหว้สารทจีนยอดนิยม


13 เมืองอาถรรพ์


สาวชุดดำ
มิถุนายน 14, 2018, 11:42:28 PM
ตอบกลับ #8
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

25 สถานดำน้ำทั่วโลก
1.มายา ธิลา มัลดีฟส์ (Maaya Thila, Maldives)



มัลดีฟส์เป็นสถานที่ดำน้ำที่นิยมมาก มีพืชใต้น้ำที่แปลกใหม่และสัตว์ทะเลหลากหลาย และแนวปะการังที่สวยงาม เพราะมันเป็นเกาะที่แยกตัวออกมจากทวีปขนาดใหญ่ อุดมไปด้วยหินปะการังที่เป็นแหล่งกำเนิดระบบนิเวศทางทะเล คุณจะพบปลาหลายชนิดที่น่าสนใจ เช่น ปลาวาฮู หรือ ปลาอินทรีน้ำลึก ปลาทูน่าแจ็ค ปลาทูน่าด็อกทูธ (Dogtooth tuna)  ปลาผีเสื้อ ปลาสำลีและปลาพันธุ์หายากอื่น ๆ เช่น ปลานโปเลียนยักษ์ หรือ ปลานกขุนทองหัวโหนกยักษ์ (Giant Napoleon Wrasse) นอกจากนี้ยังมีฉลามวาฬ ดอกไม้ทะเล ปลาไหล ปลากระเบนราหูและเต่า

2. เปอร์โต กาเลรา ฟิลิปปินส์ (Puerto Galera, Philippines)



ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีเกาะมากกว่า 7,000 เกาะ เปอร์โต กาเลราถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่จะไปดำน้ำ เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งที่จะดูชีวิตทางทะเลและอุดมไปด้วยแนวปะการังที่สวยงาม ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักถ่ายภาพใต้น้ำ

3. เดอะบลูโฮล ประเทศเบลีซ  (The Blue Hole, Belize)



ประเทศเบลีซตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของอเมริกากลาง ริมทะเลคาริบเบียน มีชื่อเสียงในเรื่องของเดอะบลูโฮล มันเป็นหลุมขนาดใหญ่ใต้น้ำ และเป็นสถานที่ๆดีที่สุดแห่งหนึ่งในการรักษาไว้วึ่งระบบนิเวศน์ทางทะเล

4. เกาะเต่า ประเทศไทย (Koh Tao Island, Thailand)



เป็นสถานที่ๆเหมาะแก่การดำน้ำมาก มันถูกล้อมรอบทุกด้านด้วยแนวปะการังที่มีสีสัน เหล่าสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่หลากหลาย เช่น ปลาฉลามจ้าวมันหรือปลาฉลามสีเทา ฉลามวาฬ

5. ไคลัวร์ โคน่า ฮาวาย (Kailua Kona, Hawaii)



เป็นสถานที่ๆ เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลหลากหลาย เช่น ปลาเขตร้อนที่มีสีสัน เต่าทะเลยักษ์ ฉลาม ปลากระเบน ปลาวาฬ และอื่น ๆ อีกมากมาย

6. อูทิล่า ฮอนดูรัส (Utila, Honduras)



ทะเลแคริบเบียนเป็นบ้านจำนวนมากของจุดดำน้ำ เกาะอูทิล่าก็เป็นสถานที่หนึ่งที่เรียกได้ว่าสวยมากที่สุดในแคริบเบียน

7. สิปาดัน มาเลเซีย (Sipadan, Malaysia)



เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดที่จะไปดำน้ำ เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตทางทะเล ปะการังแข็งและอ่อน ปลาฉลามหัวค้อน ฉลามครีบขาว ปลาฉลามเสือดาว และเต่าทะเล

8. โบแนร์ เนเธอร์แลนด์ แอนทิลลิส (Bonaire, Netherlands Antilles)



โบแนร์ เป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อรวมเกาะนี้กับเกาะอารูบาและคูราเซา เรียกว่าหมู่เกาะเอบีซี แห่งหมู่เกาะลีเวิร์ดแอนทิลลีส โบแนร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของเนเธอร์แลนด์แอนทิลลีส จนแยกออกมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2010 โดยแยกออกมาเป็นเขตปกครองพิเศษของเนเธอร์แลนด์

9. เกาะกีลี อินโดนีเซีย (Gili Islands, Indonesia)



ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเต่าทะเลเลยทีเดียวสำหรับเกาะกีลี มีภาพใต้น้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจกับความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ทางทะเล เช่น ปลานกแก้วหัวโหนก กระเบนราหู ปลาฉลามครีบขาวและครีบดำ เต่ากระ ปะการังแข็งและอ่อนหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังใกล้บาหลีอีกด้วย

10. เกาะแย็พ ไมโครนีเซีย (Yap, Micronesia)



มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักเกาะแย็พ มันอยู่ห่างจากลอสแอนเจลิสเพียง 6,000 ไมล์ หรือห่างจากเกาะกวมด้วยการเดินทางโดยเครื่องบิน 1 ชั่วโมง เหล่านักดำน้ำหลงรักมัน มีสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักสำรวจ นักนิเวศน์วิทยาและผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับธรรมชาติ

อ่านต่อที่นี่ 25 สถานดำน้ำทั่วโลก
มิถุนายน 14, 2018, 11:42:41 PM
ตอบกลับ #9
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

Box jellyfish may destroy our oceans

These greedy predators could ruin delicate marine ecosystems if water levels become too acidic

To discover the future consequences of carbon dioxide dissolving in our oceans, scientists at the Utah State University studied copepods — tiny crustaceans that sustain large and important food webs.

Samples of these organisms were captured and half were placed in ambient seawater, while the other half were placed in water that had been acidified to levels predicted for 2100. When a natural predator, the box jellyfish, was added, they were observed to be particularly ravenous in the acidified water, where the copepods were feasted upon significantly more.

มฤตยูในสายน้ำ แมงกะพรุนกล่อง
10 อันดับสัตว์มีพิษ
เห็ดมีพิษ
5 อันดับเพชรฆาตใต้ทะเลลึก
9 วิธีป้องกันตัวจากฟ้าผ่า


มิถุนายน 14, 2018, 11:42:54 PM
ตอบกลับ #10
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

ฮวงจุ้ยกับดวงคู่
ฮวงจุ้ยเป็นหลักวิชาภูมิพยากรณ์ของชาวจีนที่ทั่วโลกล้วนสนใจศึกษากันอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระยะเวลาหลายปีมานี้
ฮวง แปลว่าลม และจุ้ย หมายถึงน้ำ
ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยจึงยึดถือพลังของจักรวาลและธรรมชาติที่สมดุลกลมกลืนกันเป็นสำคัญ
ทฤษฎีหยินหยางและธาตุทั้ง 5 ก็คือหัวใจสำคัญของศาสตร์ฮวงจุ้ย
หยินหยางเป็นพลังที่เสริมในกันและกันหญิงกับชายก็เช่นเดียวกันล้วนมีพลังเสริมต่อกันและกันทั้งสิ้น
เมื่อหญิงและชายมาใช้ชีวิตครองคู่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันพลังของทั้งคู่ จึงมีผลต่อความสุขความเจริญในครอบครัวถ้าพลังส่งเสริมกันดี ดวงชะตาของคู่สามีภรรยาก็มีผลเกี่ยวสัมพันธ์กับหลักความสมดุลสอดคล้องกับฮวงจุ้ย

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสามีเป็นคนที่มีดวงชะตาตามอิทธิพลของคนธาตุไฟ และภรรยาเป็นคนธาตุน้ำ น้ำกับไฟเมื่ออยู่ด้วยกันก็คงจะมีเรื่องราวต้องขัดแย้งกันตลอดเวลา จนปราศจากความสุข ดังนั้นการตกแต่งบ้านให้มีจุดที่สามารถส่งเสริมดวงของคนธาตุน้ำและธาตุไฟให้สมดุลสอดคล้องกันได้ก็ย่อมจะทำให้ความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาราบรื่นและเปี่ยมสุข
ถ้าคู่สามีภรรยามีดวงชะตาที่ไม่ค่อยจะสมพงศ์กันนัก แต่คุณจัดและแต่งบ้านให้เกิดความสมดุลทางพลังจักรวาลตามหลักฮวงจุ้ย พลังที่ดีที่เกิดขึ้นในบ้านก็จะไปเสริมดวงคู่ของคุณให้มีความแข็งแรงมีความรักความอบอุ่นได้อย่างน่าชื่นใจ และถ้าดวงของคุณสมพงษ์กันดีอยู่แล้ว แต่จัดบ้านผิดหลักฮวงจุ้ย เช่นตำแหน่งและทิศทางของห้องนอนตั้งอยู่ในทิศทางที่ดึงเอาพลังงานไม่ดีเข้าบ้าน ความแตกแยกแตกร้าวก็จะค่อยค่อยเกิดขึ้นมาทำลายความรักและความสุขในบ้านให้หมดไปได้โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อคุณก็รักกันดีๆอยู่แล้ว

การมีชีวิตคู่ที่เปลี่ยนสุขในบ้านหลังงามของคุณนั้น ขอให้ถือหลักสมดุลกลมกลืนและสบายใจเป็นสำคัญ คุณไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อยันต์ ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์อันละเอียดอ่อนลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ยากที่จะศึกษาและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะวงจุ้ยเป็นเรื่องของพลังจักรวาลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับโชคชะตาของมนุษย์เราด้วยเช่นกัน

ในคัมภีร์ฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์จะมีการคำนวณละเอียดถึงวันเดือนปี เกิดของคนว่ามีดวงสัมพันธ์กับบ้านอย่างไรมีเรื่องของทิศดี ร้าย สำหรับแต่ละดวงชะตา แต่นั่นก็เป็นรายละเอียดที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการศึกษาลงไปอีกมาก

และนี่จะเป็นแนวทางที่เสนอภาพอันชัดเจนที่คุณสามารถจะเข้าใจได้ง่ายๆและนำไปปฏิบัติได้ทันทีเพื่อผลอันเป็นศิริมงคลเสริมส่งเกื้อหนุนดวงชะตาของคุณและคู่ครองให้ก่อเกิดความอบอุ่นแน่นแฟ้นอย่างแสนสุข โดยที่คุณจะพิสูจน์พลังอันอัศจรรย์ของศาสตร์ฮวงจุ้ยได้ด้วยตัวคุณเองในเวลาอันรวดเร็วทันใจแน่นอน

1. ตรวจรูปทรงห้องนอนถ้าทะเลาะกันบ่อยๆ
ลองดูห้องนอนของคุณวาดนี้รูปทรงลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยสมบูรณ์แบบหรือไม่
ถ้าห้องนอนของคุณนั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยปกติก็ถือว่าดีแต่ถ้าแบบรูปทรงของห้องนอนเป็นตัวแอล ถือว่าเป็นลักษณะห้องที่ไม่ดีจะทำให้ชีวิตรักของคุณตกต่ำย่ำแย่จนถึงพังทลายไปได้ แม้ไม่เลิกกันก็จะทะเลาะเบาะแว้งกันและหมดความรักใคร่ใยดีในกันและกัน ลักษณะบ้านรูปตัวแอลที่มีด้านยาวค่อนข้างมากยิ่งจะมีผลร้ายมากแต่ถ้าห้องนอนของคุณนั้นมีส่วนแบ่งวิ่งไปบ้างบางส่วนเพียงเล็กน้อยไม่ถึงกับมีลักษณะเป็นตัวแอลโดยสิ้นเชิงก็สามารถแก้ไขได้โดยง่ายไม่มีผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้แตกแยกล้มเหลว

2. ห้องนอนรูปทรงประหลาด
ลักษณะของห้องนอนของคุณก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นหรือไม่ หรือมีญาติผู้ใหญ่อื่นใดเป็นเจ้าของบ้าน แต่สำหรับแปลนห้องนอนของคุณแล้วนั้น ควรจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่จะต้องมีด้านที่ปกติไม่ผิดรูปผิดร่าง เป็นสี่เหลี่ยมคางหมูหรือเป็นรูปห้าเหลี่ยมหกเหลี่ยมที่ผิดธรรมดาจนเกินไปนัก

แม้ว่าห้องนอนจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ถ้ามีมุมหนึ่งมุมใดขาดเว้าแหว่งหายไป เพราะเป็นส่วนที่เป็นระเบียงยื่นออกไปหรืออย่างไรก็ตาม สามารถแก้ไขได้เช่นเดียวกับหลักการแก้ไขส่วนที่ขาดหายไปของตัวบ้านในข้ออื่นๆ ที่ได้กล่าวไว้แล้ว แต่ถ้ารูปลักษณ์ของห้องนอนเป็นรูปหลายเหลี่ยมหลายมุมมีรอยเว้ารอยโค้งมุมแหลมมุมขาดหายที่ผิดรูปผิดร่างมากจนเกินไปนั้น ควรจะปรับปรุงแก้ไขหรือย้ายออกจากห้องนั้นเสีย เพราะจะมีผลกระทบทำให้สัมพันธภาพระหว่างคุณกับคู่สมรสเป็นไปอย่างไม่ปกติสุขนักมีเรื่องมีราวแบบแปลกๆมากระทบกระทั่งกันความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขาดความสงบสุขอย่างแน่นอน

3. เกิดความขัดแย้งในห้องนอนรกๆ
ห้องนอนที่ค่อนข้างรกไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เต็มไปด้วยข้าวของวางไว้ละเกะระกะ เสื้อผ้าแขวนไว้บ้างพาดไว้บ้างตามที่ต่างๆ ดูไม่สะอาดตานั้น ส่งผลให้คู่สามีภรรยาที่จะต้องพักผ่อนนอนหลับในห้องนั้นจะไม่มีความผูกพันและชื่นชมในกันและกัน ในไม่ช้าก็จะเกิดความขัดแย้งจนทำให้ต้องกระทบกระทั่งทะเลาะกันบ่อยๆ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเลิกลากันไปในที่สุด

ดังนั้นการแก้ฮวงจุ้ยในห้องนอนสำหรับกรณีนี้ทำได้โดยง่ายที่สุด ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีผลต่อการทำให้ฮวงจุ้ยให้ดีเท่านั้น แต่ก็จะมีผลต่อสุขภาพจิตของคุณเองก็คือการจัดห้องให้สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยคุณก็จะสบายตาไปด้วยเป็นประโยชน์อันดับแรก

4. ห้องนอนอับทึบอารมณ์เสียใส่กัน
ห้องนอนที่ค่อนข้างอับทึบไม่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก อาจจะไม่มีหน้าต่างหรือมีหน้าต่าง แต่ถ้าคุณปิดอยู่ตลอดเวลาและปิดม่านนาทึไม่เปิดออกให้เห็นท้องฟ้ากระจ่าง หรือให้ลมถ่ายเทเข้าออกได้บ้างนั้น จะมีผลทำให้เกิดความอึดอัดภายในความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยา

สุขภาพกายและสุขภาพใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองคน อาจจะไม่ค่อยสดชื่นแข็งแรงนะมีผลไปถึงสภาวะของอารมณ์ ทำให้เกิดหงุดหงิดง่ายอารมณ์เสียบ่อยไม่มีอารมณ์โรแมนติกหวานชื่น หรือไม่มีอารมณ์สดชื่นเข้าหากันเลย และแน่นอนนั่นคือ เหตุให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันเล็กๆน้อยๆไปจนถึงทะเลาะวิวาทกันรุนแรงในที่สุด

5. ห้องนอนของคู่ที่เหินห่างจืดจาง
ในห้องนอนห้องหนึ่งนั้นไม่ควรจะมีบานหน้าต่างมากเกินไป แม้ว่าห้องนอนคุณจะค่อนข้างใหญ่มากก็ไม่ควรจะมีเกิน 4 บานเท่านั้น การที่มีหน้าต่างห้องนอนมากจนเกินไปเป็นลักษณะห้องนอนที่ไม่ดีนัก กระแสชี่จะไหลผ่านเข้าออกมากเกินไป

และนั่นมีผลต่อความแน่นแฟ้นระหว่างคุณกับคู่ชีวิต เพราะจะทำให้เกิดการไม่ใส่ใจในกันและกัน แม้ว่าจะไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันแต่ก็ทำให้ค่อยๆเหินห่างจืดจางร้างลากันไป และมีผลต่อเงินทองที่รั่วไหลและได้อีกด้วย

6.  ประตูห้องนอนกับความสุข
ประตูของห้องนอนนั้นไม่ควรจะตรงกันพอดีพอดีกับบ้านหน้าต่างอีกด้านหนึ่ง แต่ถ้าประตูห้องนอนของคุณตรงกันพอดีกับประตูระเบียงห้องนอน ก็ถือว่าไม่ใช่ลักษณะของห้องนอนที่ดีเช่นกัน

ลักษณะที่ประตูห้องนอนตรงกับหน้าต่างหรือตรงกับประตูอีกด้านหนึ่งซึ่งจะเปิดออกสู่ระเบียงนั้นจะทำให้คุณกับคู่ชีวิตทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน อาจจะโต้เถียงกันเป็นประจำจนกระทั่งรู้สึกไม่มีความสุขเลยทั้งทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตมากมายมาเป็นตัวต้นเหตุให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งก็ตามที วิธีแก้ไขนั้น อาจจะหาฉากหรือผ้าม่านมาปิดบังตาไว้ไม่ให้ประตู 2 บาน เผชิญหน้ากันได้โดยตรงหรืออาจจะใช้ชั้นวางของหรือตู้เสื้อผ้า เลื่อนมาตั้งขวางบริเวณนั้นไว้ โดยจะแก้ไขอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อคุณก้าวเข้าประตูห้องนอนมาแล้วก็จะมองไม่เห็นประตูอีกบานหนึ่งหรือหน้าต่างอีกบานหนึ่งที่ตั้งอยู่ในทิศทางตรงกันพอดี

7. ประตูห้องน้ำตรงกับประตูห้องนอน
ประตูห้องนอนของคุณนั้นเมื่อเปิดออกจากห้องนอนไปแล้ว พบกับประตูห้องน้ำอย่างเผชิญหน้ากันเลยหรือไม่ ถ้าประตูห้องนอนของคุณตรงกันกับประตูห้องน้ำพอดี ในเส้นแนวเดียวกัน คุณจะต้องรีบแก้ไขในทันทีเพราะตำแหน่งดังกล่าวนั้น ส่งผลให้ความรักความผูกพันของคุณกับคู่ชีวิตบังเกิดปัญหาใหญ่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี จะมีเรื่องแตกร้าวถึงขั้นแตกหักเพราะคนใดคนหนึ่งนอกใจหรือก่อเรื่องเดือดร้อนมากระทบ ทำให้ความรักมีอุปสรรค สะดุดติดขัด มีเรื่องที่จะต้องโกรธแค้นหรือเกลียดชังกัน สำหรับคุณที่พักอยู่เป็นลักษณะของหอพักและประตูห้องนอนของคุณนั้นตรงกับประตูห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันอีกด้านหนึ่งก็อาจจะหลีกเลี่ยงที่พักอาศัยอยู่ในห้องที่มีทิศทางในลักษณะนั้น แต่ถ้าเป็นประตูห้องน้ําในบ้านของคุณเองก็จะยอมเสียเงินลงทุนแก้ไขโดยด่วนไม่เปลี่ยนประตูห้องน้ำใหม่ก็อาจจะเปลี่ยนประตูห้องนอนใหม่เสียก็ได้หรือถ้าไม่มีหนทางใดแก้ไขก็ให้หาตู้หนังสือหรือฉากกั้นมาตั้งบังตาไว้ระหว่างประตูห้องนอนกับห้องน้ำนั้นเสีย

8.  เมื่อเปิดหน้าต่างห้องนอน
ถ้าห้องนอนตั้งรับกับถนนทางแพร่งคือเมื่อเปิดหน้าต่างห้องนอนแล้วก็จะพบกับถนนวิ่งตรงดิ่งเข้าหาคุณทันที ห้องนอนเช่นนี้มีลักษณะพิฆาตคู่รักคู่สมรสที่อยู่ในห้องนอนนั้นอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่บ้านของคุณหรือห้องนอนบนแฟลต บนคอนโด หากมีลักษณะเช่นนี้ คุณควรจะหาลูกแก้วคริสตัล มาแขวนไว้ที่หน้าต่าง หรืออาจใช้กระถางดินเผาที่ปลูกต้นไม้ว่านชื่ออันเป็นมงคล หรือต้นไม้ที่มีดอกสวยๆสีสดๆ สักสองสามกระถาง มาเรียงวางไว้บนขอบหน้าต่างนั้น หรือห้องนอนที่พุ่งตรงดิ่งเข้ามาสู่หน้าต่างห้องนอนของคุณ

9. เครื่องใช้ไฟฟ้าใต้ห้องนอน
บริเวณที่คุณตั้งเตียงนอนหรือฟูกที่นอนในห้องนอนนั้น คุณจะต้องคำนึงด้วยว่า ที่ห้องชั้นล่างบริเวณที่ตรงกับจุดที่ตั้งเตียงของคุณ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดใดหรือไม่ เป็นต้นว่าโทรทัศน์ ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง เตาแก๊ส หม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า หรือไมโครเวฟ

สิ่งของวัตถุใดๆก็ตามที่เป็นอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ไฟฟ้า หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งตั้งอยู่ณห้องชั้นล่างนั้น โดยมีทิศทางตรงกับใต้เตียงของคุณ และชั้นบนก็ควรที่จะย้ายสิ่งของข้างล่างเรานั้นอย่าให้มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ มาวางอยู่ใต้ห้องนอนของคุณโดยเฉพาะจุดตำแหน่งที่วางเตียงนอนของคุณ

10. ตำแหน่งห้องนอนที่สุขสันต์
ห้องนอนของคู่สามีภรรยาที่เป็นเจ้าของบ้านนั้น ถ้าจะให้เป็นมงคลจริงๆควรจะตั้งอยู่กึ่งกลางของตัวบ้าน ไม่ควรจะอยู่เยื้องมาทางหน้าบ้านมากจนเกินไปนัก และไม่ควรจะอยู่ยิ่งไปเป็นห้องสุดท้ายของตัวบ้าน

ห้องนอนที่ดีที่จะส่งผลให้คุณมีความสุขในชีวิตคู่และเรื่องให้ยิ่งเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปนั้นว่าควรจะเป็นห้องนอนที่อยู่ประมาณกึ่งกลางของตัวบ้านไม่ว่าจะเป็นชั้นบนหรือชั้นล่างก็ตาม

19 เทคนิคปรับฮวงจุ้ยห้องนอนในฝัน

มิถุนายน 14, 2018, 11:43:07 PM
ตอบกลับ #11
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

กว่าจะมีวันนี้ของผู้ทรงอิทธิพลโลก
ที่มา FHM
กว่าจะมีวันนี้ของผู้ทรงอิทธิพลโลก

การก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิต เป็นสิ่งที่มนุษย์ที่มีลมหายใจทุกคนล้วนโหยหาแต่กว่าจะไปให้ถึงยังจุดนั้น หลายคนล้มเหลว หลายคนผิดหวัง และหลายคนต้องเลิกราในสิ่งที่ทำไป แต่ในเมื่อยังมีลมหายใจใครบางคนก็ยังอาจหาญที่จะสู้ต่อ...สู้ต่อไปเพื่อจุดหมายในความสำเร็จ แม้มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินที่จะพยายาม FHM จัดสกู๊ปปลุกไฟให้ลุกโชนในตัวคุณด้วยเรื่องราว ‘จุดเริ่มต้นความสำเร็จของ 20 คนดังระดับโลก’ ไปดูกันว่า กว่าจะก้าวขึ้นมายังบัลลังก์แห่งความสำเร็จพวกเขาต้องลุยกับอะไรมาบ้าง...

1. บารัก โอบามา : อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแห่งประเทศมหาอำนาจเช่นในวันนี้ ในวัยเด็ก โอบามา
เป็นเด็กลูกครึ่งผิวสีที่มีคุณพ่อเป็นชาวเคนย่า ส่วนคุณแม่เป็นชาวอเมริกัน คุณพ่อคุณแม่ของโอบามาเลิกรากัน และเป็นคุณแม่ที่พาเขาไปเติบโตที่อินโดนีเซีย ซึ่งที่นั่นเป็นบ้านของพ่อเลี้ยงคนใหม่ ในช่วงชีวิตวัยรุ่น โอบามาเคยหันไปพึ่งยาเสพติด แต่จุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้เขากลับมาได้คือการเข้าไปเป็นสมาชิกของโบสถ์ Trinity รวมทั้งได้มาเป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชุมชน และเป็นวิทยากรตามมูลนิธิต่างๆ ซึ่งจากพื้นฐานการพูดต่อหน้าผู้คนนี้เอง จึงส่งให้เขากลายเป็นคนที่มีวาทศิลป์นำพาให้ก้าวสู่เส้นทางการเมือง และกลายมาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ
เช่นทุกวันนี้

2. สตีฟ จ็อบส์ : อดีต CEO แห่ง Apple
เส้นทางชีวิตของสตีฟ จ็อบส์ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาโตขึ้นมากับพ่อแม่บุญธรรมในชนชั้นแรงงาน จ็อบส์ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยหลังเข้าเรียนไปได้เพียง 6 เดือน เขาต้องอาศัยนอนตามห้องเพื่อน เก็บกระป๋องแลกเงินเพื่อนำไปซื้ออาหาร แม้ชีวิตจะดู
ดราม่าสุดๆ แต่จ็อบส์กลับเป็นคนที่มีความศรัทธาในสิ่งที่ทำอย่างแรงกล้า และจากการที่เคยไปลงเรียนวิชาศิลปะการประดิษฐ์และการ
ออกแบบตัวอักษร (Calligraphy) ตอนที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยก็ทำให้เขาคิดค้นพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีชื่อว่า
Macintosh ขึ้นมา โดยมันมีฟร้อนให้เลือกใช้งานหลากหลายแถมยังปฏิวัติรูปร่างหน้าตาคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ จนหมดสิ้นทั้งหมดยังเป็นการปฏิวัติวงการแบบเบาๆ เพราะอีกหลายปีต่อมาจ็อบส์ก็ได้กลายเป็นเจ้าพ่อแห่งนวัตกรรมมือถือตระกูล I (ไอ) สตีฟ จ็อบส์ ที่เข้ามาพลิกโฉมไลฟ์สไตล์ของผู้คนไปทั่วโลก

3. โอปรา วินฟรีย์ : พิธีกรรายการโทรทัศน์
หากจะหาว่าใครคือสุภาพสตรีผิวสีที่ทรงอิทธิพลของโลก ชื่อพิธีกรคนดังโอปรา วินฟรีย์ ต้องติดอยู่ในลิสต์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่กว่าจะผ่านมาถึงความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ โอปราต้องเจอแต่ ‘โจทย์แรงๆ’ กับชีวิตมากมาย เธอถูกเพื่อนชายและลุงแท้ๆ ลวนลามจนตั้งท้องตั้งแต่อายุ14 ไม่นานจากนั้น แม่ก็ส่งเธอไปอยู่สถานกักกันเด็กและเยาวชน ต่อมาก็ได้ย้ายไปอยู่กับพ่อ แต่กลับถูกน้องชายของพ่อล่วงละเมิดทางเพศจนตั้งท้องเป็นครั้งที่ 2 แต่จากงานพาร์ตไทม์ที่เธอรับอาสาเป็นผู้อ่านข่าวย่อยให้กับสถานีวิทยุชุมชนแห่งหนึ่ง ก็ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งให้ผู้คนเห็นแววความสามารถของเธอ ในที่สุดเธอก็ได้กลายเป็นผู้ประกาศข่าวผิวสีคนแรกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และท้ายที่สุด โอปราก็ได้กลายมาเป็นพิธีกรแถวหน้าของประเทศ ที่สามารถทำเรตติ้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์รายการโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกา มากไปกว่านั้น เธอยังถูกจัดอันดับว่าเป็นหญิงชาวอัฟริกันอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

4. เนลสัน แมนเดลา : อดีตประธานาธิบดีอัฟริกาใต้
จุดเริ่มต้นของความเป็นนักสิทธิมนุษยชนผู้ยิ่งใหญ่ของแมนเดล่า เกิดขึ้นจากการที่เขาได้เข้าไปเป็นผู้นำในการต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวในประเทศอัฟริกาใต้ ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหากบฏอยู่หลายปี ไม่กี่ปีถัดมา หลังกลับมาได้รับอิสรภาพอีกครั้ง เขาก็ยังคงมุ่งมั่นเรียกร้องความเท่าเทียมนี้มาตลอด ในที่สุดก็ถูกจับอีกครั้งและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ด้วยพลังศรัทธาที่แมนเดลาได้สร้างไว้กับผู้คน ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเขาด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การจัดคอนเสิร์ตขึ้น ณ กรุงลอนดอน โดยมีผู้คนเข้าร่วมกว่า 72,000 คน แถมยังถ่ายทอดสดไปทั่วโลกสุดท้ายแมนเดล่าจึงได้รับการปล่อยตัว และในปี 1993 เขาก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก่อนที่ในปีถัดมา เขาจะได้
รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นจากการเลือกตั้งในอัฟริกาใต้ จนได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดี พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายการเหยียดสีผิวอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกในอัฟริกาใต้

5. แจ็ค หม่า : นักธุรกิจอี-คอมเมิร์ชแห่งอาลีบาบา
จากครูสอนภาษาอังกฤษที่ได้เงินเดือน 500 บาท สู่ผู้นำอาณาจักรธุรกิจอี-คอมเมิร์ชในนาม Alibaba ที่มีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาท เหตุการณ์ซึ่งนำความสำเร็จมาให้แจ็ค หม่าดังเช่นทุกวันนี้เกิดเมื่อตอนที่เขาไปเยี่ยมเพื่อนที่อเมริกาด้วยความบังเอิญเขาได้ให้เพื่อนลองค้นหา
ชื่อสินค้าที่เป็นภาษาจีนในโลกออนไลน์ซึ่งปรากฏว่าไม่พบผลการค้นหาใดๆ เลยจากผลลัพธ์ที่เป็นศูนย์นั้นเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แจ็ค หม่า ได้ค้นพบช่องว่างทางธุรกิจในโลกออนไลน์ จนทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีของโลกในปัจจุบัน

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  จัดอันดับ

ผู้หญิงสองคนในชีวิต อับราฮัม ลินคอล์น
ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน
ทำนายดวงชะตาชาวราศีเมษ ตลอดปี 2560 ดวงคู่สร้างคู่สม
ความฝันที่บอกว่าคุณจะมีความรัก
เสน่ห์ เล่ห์มนต์ คาถากล่อมหญิงของชายไทย
จัดอันดับ
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
มิถุนายน 14, 2018, 11:43:27 PM
ตอบกลับ #12
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 147
    • ดูรายละเอียด

10 สุดยอดไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูก

ที่มาข้อมูลจาก รายการ 5 มหานิยม ตอน สุดยอดไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูก
ฤกษ์มงคล เลขมงคล วัตถุมงคล อาหารมงคล ขนมมงคล คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คำว่ามงคล ที่พ่วงท้ายทุกคำที่กล่าวมานั้น มีอิทธิพลในชีวิตประจำวันของคนไทยมานานนับร้อยปี เช่นเดียวกับ "ไม้มงคล" อีกหนึ่งความเชื่อที่ผูกพันมากับคนไทยมายาวนานไม่แพ้กัน แต่เดิมคำว่าไม้มงคลนั้น คนโบราณหมายถึงไม้ยืนต้นเก้าชนิด อันได้แก่ ไผ่สีสุก ทรงบาดาล สัก กันเกรา พะยูง ทองหลาง ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ขนุน โดยใช้ในการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนตามทิศทางต่างๆ โดยเชื่อว่าจะเกิดสิริมงคลแก่ผู้ที่อยู่อาศัย ด้วยวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยจึงมีความเชื่อว่าการปลูกไม้มงคลจะเป็นสิ่งดีต่อบ้านและผู้อยู่อาศัย โดยพันธุ์ไม้มงคลแต่ละชนิดก็จะมีความหมายมงคลในเรื่องที่ต่างกันออกไป แล้วแต่ประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งทางสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทยได้ทำการสำรวจจากเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน และประชาชนทั่วไปกว่าหนึ่งพันคนทั่วประเทศ เราจะได้ทราบกันว่า ไม้มงคลที่ฮ็อตฮิตของคนไทยมีอะไรบ้าง ปลูกอย่างไรให้เสริมสิริมงคล แล้วสายพันธุ์ไหนเสริมดวงเรื่องอะไรบ้าง มาดูกันเลยจ้า

อันดับที่ 10 ชวนชม (4.5%)



คนไทยมีความเชื่อว่าหากปลูกไม้มงคลนี้ไว้ประจำบ้านจะช่วยดึงดูดสิ่งดีงามเข้าสู่บ้านเรือน เสริมความเมตตา ชวนให้มีคนรักใคร่นิยมชมชอบ แม้แต่คนจีนยังขนานนาม "ชวนชม" ว่าเป็นดอกไม้แห่งความร่ำรวยอีกด้วย ควรปลูกต้นชวนชมในวันพุธ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

อันดับที่ 9 บัว (5.4%)



ราชินีแห่งไม้น้ำ คือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผุดผ่องในพุทธศาสนา ซึ่งการปลูกบัวไว้ในบ้านเชื่อกันว่าจะช่วยให้คนในครอบครัวมีจิตใจบริสุทธิ์ สะอาด ส่วนสายใยของบัวก็เปรียบกับสายสัมพันธ์ ความผูกพันที่แนบแน่นของครอบครัว โดยบัวที่นิยมปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคลก็ได้แก่ บัวหลวง บัวผัน บัวฝรั่ง บัวสาย และบัวกระด้ง บัวควรปลูกทางทิศตะวันตก และปลูกในวันพุธ

อันดับที่ 8 โกสน (6.3%)



อีกหนึ่งพันธุ์ไม้มงคลที่นิยมปลูกในเขตพระราชวังและวัดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งคำว่า "โกสน" นั้นพ้องกับคำว่า "กุศล" คือการสร้างคุณงามความดี จึงเชื่อกันว่าการปลูกโกสน ก็จะช่วยเพิ่มบุญบารมีให้กับคนในบ้านได้อยู่เย็นเป็นสุข โดยควรปลูกต้นโกสนในวันอังคารทางทิศตะวันออก

อันดับที่ 7 พุทธรักษา (6.8%)



ด้วยชื่อที่เป็นสิริมงคลทำให้ไม้ล้มลุกชนิดนี้เป็นที่นิยมมาตั้งแต่โบราณจากความเชื่อที่ว่าการปลูกพุทธรักษาก็เหมือนมีพระพุทธคอยปกปักรักษาให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ควรปลูกต้นพุทธรักษาในวันพุธ ทางทิศตะวันตก เพื่อให้แคล้วคลาดจากเรื่องเลวร้ายนั่นเอง

อันดับที่ 6 บานไม่รู้โรย (8.8%)



ไม้ดอกที่แสนจะธรรมดาแต่มากไปด้วยคุณค่าและคุณประโยชน์นี้เป็นไม้มงคลที่เสริมดวงในเรื่องของความรัก ความผูกพันของคู่สามีภรรยา โดยคนโบราณนิยมให้คู่รักปลูกบานไม่รู้โรยไว้ในบ้านหรือตามแนวรั้ว เพื่อความเป็นมงคลในความรักที่ยั่งยืนไม่แปรผันโรยราเหมือนกับชื่อ "บานไม่รู้โรย" นั่นเอง

อันดับที่ 5 เข็ม (9.5%)



"เข็ม" เป็นพันธุ์ไม้มงคลที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะดอกเข็มนิยมใช้ในพิธีไหว้ครู รวมทั้งเป็นเครื่องสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากนี้ "เข็ม" ยังสามารถนำมาทำเป็นอาหาร ไม่ว่าจะนำไปชุบแป้งทอด ทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริก หรือนำไปยำก็ทำได้ทั้งนั้น ซึ่งดอกเข็มสามารถนำไปทานได้เกือบทุกสียกเว้น "ดอกเข็มสีขาว" เพราะมีสารคล้ายไซยาไนด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ส่วนความเชื่อโบราณนั้นกล่าวไว้ว่า การปลูกเข็มไว้ในบ้านจะช่วยเสริมสติปัญญาให้ผู้อาศัยมีความฉลาดหลักแหลม รวมทั้งรู้จักเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน วันที่เหมาะกับการปลูกดอกเข็มคือ วันพุธ ทางทิศตะวันออก และผู้ปลูกควรเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาก็จะช่วยเสริมสิริมงคลให้มากยิ่งขึ้น

อันดับที่ 4 โป๊ยเซียน (9.9%)



อีกหนึ่งไม้มงคลโชคลาภที่คนไทยนิยมปลูกกันมาอย่างช้านาน เนื่องจากความหมายที่ดีของคำว่า "โป๊ยเซียน" ที่หมายถึง เทพยดา 8 องค์ ผู้ปลูกเลี้ยงโป๊ยเซียนส่วนใหญ่มักปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อใช้เป็นไม้เสี่ยงทายคือถ้าผู้ใดสามารถปลูกโป๊ยเซียนให้ออกดอกแปดดอกขึ้นไป ผู้นั้นจะมีโชคลาภ ร่ำรวย หรืออาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง การปลูกโป๊ยเซียนเพื่อเสริมสิริมงคลนั้น ควรปลูกในสันพุธทางทิศตะวันออกเฉียงใต้โดยผู้ที่ลงมือปลูกควรเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือญาติอาวุโส ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เพราะจะนำโชคลาภมาให้สมาชิกและมีแต่ความสุข เจริญรุ่งเรือง

อันดับที่ 3 มะลิ (10.5%)



ถ้าพูดถึงมะลิ ภาพในใจของทุกคนคงหนีไม่พ้นภาพของดอกไม้สีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ ทำให้มะลิเป็นไม้ดอกที่คนทุกเพศทุกวัยรู้จักเป็นอย่างดี นอกจากเสน่ห์ที่กล่าวมาแล้ว มะลิยังเป็นไม้ที่ให้มงคลในทางความรัก ความเสน่หาอีกด้วย โดยมีความเชื่อกันว่าบ้านที่ปลูกมะลิจะมีแต่ความสงบสุขและเป็นที่ประทับใจของคนรอบข้าง รวมทั้งยังเกื้อหนุนให้เกิดความกตัญญูของลูกที่มีต่อแม่อีกด้วย เคล็ดของการปลูกมะลิในบ้านนั้นควรให้คุณแม่หรือผู้อาวุโสที่สุดในบ้านที่เป็นเพศหญิงเป็นคนลงมือปลูก ทิศมงคลคือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และควรปลูกในวันพุธ

อันดับที่ 2 วาสนา (12.8%)



ตามความเชื่อของคนไทยแต่โบราณ การปลูกต้นวาสนานั้นจะทำให้มีวาสนาดี หากผู้ที่ปลูกดูแลอย่างดีจนต้นวาสนาสามารถออกดอกได้ก็จะนำโชคลาภมาให้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือการได้เลื่อนยศเลื่อนขั้น เพิ่มบุญบารมีให้เจ้าของยิ่งขึ้น การปลูกต้นวาสนาควรปลูกในวันอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ผู้ปลูกควรเป็นผู้หญิง

อันดับที่ 1 ดาวเรือง (13.7%)



ด้วยชื่อที่เป็นมงคลและสีเหลืองดั่งทอง ทำให้ดาวเรืองเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกไว้ในบ้านหรือริมรั้ว เพื่อเสริมชะตาชีวิตให้รุ่งเรือง เจริญก้าวหน้า โดยสีเหลืองนั้นเป็นมงคลหนุนให้มีเงินทองเต็มบ้าน และในประเทศอินเดียยังนิยมใช้ดาวเรืองในการบูชา บวงสรวงเทพเจ้าต่างๆ อีกด้วย "ดาวเรือง" นอกจากจะเป็นไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูกแล้วยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยอีกด้วย

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ไม้มงคล
พันธุ์ไม้มงคล
ดอกไม้มงคล
ไม้มงคลเสริมวาสนา
อันดับไม้มงคล
ไม้มงคลต้นวาสนา
ไม้มงคลเสริมดวงชะตา
ไม้มงคลเสริมชะตาชีวิต