ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 วิธีพิจารณาประสิทธิภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 03, 2018, 04:43:04 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 566
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย ถ้าหากเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่ว่าหากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่มิได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี แล้วก็ปัญหาในตนเองคละเคล้ากันไป ฉะนั้น พวกเราจึงจำต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การวิเคราะห์คุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. สำรวจความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถด้วยตนเองได้ และก็ควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องมาจากสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงแล้วก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อแนะนำคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เนื่องจากจะไม่สามารถพับสายได้ แม้พับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อให้เกิดปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เพราะว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสาย audio cableที่เหมาะสมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกขาด ถ้าเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจตราอุปกรณ์ที่ใช้ทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆในการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองบรอนซ์ แล้วก็อลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีมากยิ่งกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากแทงไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้งานยาวนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดร่าง ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ถ้าไม่ถนอมกล่อมเกลี้ยง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ตอนที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ รวมทั้งหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมได้ จะต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุดังกล่าวสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยจะต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจตราความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการทิ่มเข้ากับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม ทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา หากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเกินไป จะไม่สามารถที่จะแทงกับเครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆจะต้องคอยประคับประคองไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่หัวเสียบมีความยาวมากเกินไป เมื่อแทงกับวัสดุอุปกรณ์จะก่อให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเกิดเผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. วิเคราะห์ความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้ว่าจะไม่ได้มีผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยทำให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปจนกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินกระทั่งเกิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าเป็นอย่างไร หากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มเครื่องใช้ไม้สอยเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ควรจะมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็จะต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. วิเคราะห์แบรนด์ของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็จัดว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม ด้วยเหตุว่ามักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีการสำหรับเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สาย audio cable