ผู้เขียน หัวข้อ: โรคต่อททอนซิล มีวิธีรักษาด้วยสมุนไพรอย่างไร เเละสมุนไพรมีสรรพคุณ-ประโยชน์อย่างไร  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 10:14:47 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 190
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


โรคต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
โรคต่อมทอนซิลอักเสบเป็นยังไง  ต่อมทอนซิล เป็นอวัยวะที่อยู่ข้างในคอ ซึ่งคือต่อมคู่ซ้ายขวาใกล้กับโคนลิ้น โดยเป็นต่อมน้ำเหลืองที่ปฏิบัติภารกิจจับสิ่งแปลกปลอมจากของกิน , น้ำกินแล้วก็การหายใจ ดังเช่นว่า แบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายเหมือนกองทหารด่านหน้า และบ่อยที่ต่อมทอนซิลมักเกิดการอักเสบขึ้น
ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)หมายถึงโรคที่มีสาเหตุเนื่องมาจากการอักเสบติดเชื้อโรคของต่อมทอนซิลซึ่งเป็นโรคมักพบโรคหนึ่ง เจอได้ในทุกอายุ แต่ว่าพบมากกว่าในเด็ก และไม่ค่อยพบในคนแก่และคนวัยแก่ จังหวะกำเนิดโรคเท่ากันทั้งยังในผู้หญิงและก็เพศชาย  ต่อมทอนซิลอักเสบเจอได้การอักเสบติดโรคกระทันหันซึ่งเมื่อเกิดมักมีลักษณะอาการร้ายแรงกว่า แม้กระนั้นรักษาหายได้ภายใน 1 - 2 อาทิตย์ และอักเสบเรื้อรังที่ชอบเป็นๆหายๆอาการแต่ละครั้งร้ายแรงน้อยกว่าจำพวกกระทันหัน แต่มีอาการอักเสบรุนแรงซ้อนได้เป็นช่วงๆซึ่งนิยามของต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังอย่างเช่น มีต่อมต่อมทอนซิลอักเสบเกิดขึ้นขั้นต่ำ 7 ครั้งใน 1 ปีให้หลัง หรืออย่างต่ำ 5 ครั้งทุกปีติดต่อกันใน 2 ปีที่ผ่านมา หรืออย่างน้อย 3 ครั้งทุกปีต่อเนื่องกันใน 3 ปีให้หลัง
ทั้งโรคนี้กำเนิดได้จากหลายสาเหตุ เป็นต้นว่ามีเหตุที่เกิดจากกรุ๊ปโรคติดเชื้อรวมทั้งกรุ๊ปโรคไม่ติดเชื้อโรค ซึ่งในเนื้อหานี้จะขอกล่าวถึงการอักเสบจากโรคติดเชื้อไวรัสรวมทั้งเชื้อแบคทีเรียซึ่งเจอได้เป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “เบต้า-ฮีโมไลว่ากล่าวกสเตรปโตค็อกคัสกรุ๊ปเอ” (Group A beta-hemolytic streptococcus) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สเตรปโตค็อกคัส ไพโอจีเนส” (Streptococcus pyogenes) ซึ่งอาจก่อให้ผู้เจ็บป่วยมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้
ต้นเหตุของโรคต่อมทอนซิลอักเสบ การตำหนิดเชื้อที่ต่อมทอนซิลส่วนใหญ่มีเหตุมาจากไวรัสหรือแบคทีเรียที่ผ่านเข้าทางปาก โดยต่อมทอนซิลจะช่วยป้องกันการติดเชื้อด้วยการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาต่อสู้กับเชื้อโรค และก็เนื่องจากเป็นภูมิคุ้มกันด่านแรก ต่อมทอนซิลก็เลยเป็นอวัยวะที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อโรคมากมาย
โดยต่อมทอนซิลอักเสบส่วนมาก เป็นการติดเชื้อไวรัส ซึ่งพบได้สูงกว่าการติดเชื้ออื่นๆประมาณ 70 - 80% ของต่อมทอนซิลอักเสบทั้งปวง ซึ่งเชื้อไวรัสที่ก่อโรคต่อมทอนซิลอักเสบมีหลายแบบยกตัวอย่างเช่น

  • ไรโนเชื้อไวรัส (Rhinoviruses) เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้หวัดทั่วๆไป
  • เชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza) ไวรัสที่เป็นต้นเหตุของไข้หวัดใหญ่
  • เชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza) นำไปสู่โรคกล่องเสียงอักเสบและก็กรุ๊ปอาการครู้ป
  • เชื้อไวรัสเอนเทอร์โร (Enteroviruses) สิ่งที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก
  • เชื้อไวรัสรูบิโอลา (Rubeola) ก่อให้เกิดโรคฝึกหัด
  • ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) ไวรัสที่มักเป็นต้นเหตุ ที่มา : wikipedia           ของอาการท้องเสีย
  • ไวรัสเอ็บสไตน์บาร์ (Epstein-Barr) ที่สามารถก่อเกิดโรคโมโนนิวคลีโอสิส แต่ทอนซิลอักเสบที่เกิดขึ้นมาจากแบคทีเรียชนิดนี้จะพบได้นานๆครั้ง
  • รวมทั้งอีกปัจจัยหนึ่งเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียราวๆ 15 - 20 %


สิ่งที่ทำให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่มักพบที่สุดเกิดจากการเชื้อสเต็ปโตคอคคัสกลุ่ม  ที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบแบบเป็นหนอง (exudative tonsil litis)
ลักษณะโรคต่อมทอนซิลอักเสบ โดยทั่วไปแล้วโรคต่อมทอนซิลอักเสบมักกำเนิดร่วมกับการอักเสบติดเชื้อโรคของลำคอเสมอ
ลักษณะโรคต่อมทอนซิลอักเสบแยกได้เป็น 2 กรุ๊ปใหญ่ๆเป็น

  • กรุ๊ปที่มีเหตุที่เกิดจากเชื้อไวรัส มีลักษณะอาการเจ็บคอน้อยถึงปานกลาง และไม่เจ็บมากยิ่งขึ้นตอนกลืน อาจมีอาการเป็นหวัด น้ำมูกใส ไอ เสียงแหบ เป็นไข้ ปวดศีรษะนิดหน่อย ตาแดง บางบุคคลอาจมีอาการท้องเสียหรือถ่ายเหลวร่วมด้วย  การตรวจทานคอจะพบผนังคอหอยแดงเพียงเล็กน้อย ต่อมทอนซิลอาจโตเล็กน้อยมีลักษณะแดงเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ
  • กลุ่มที่เกิดขึ้นจากแบคทีเรีย จะมีอาการไข้สูงเกิดขึ้นฉับพลัน หนาวสั่น  ปวดหัว  เมื่อยเรียกตัว  เมื่อยล้า  ไม่อยากกินอาหาร  เจ็บคอมากจนกลืนน้ำลายหรืออาหารลำบาก  อาจมีอาการปวดร้าวขึ้นไปที่หู  บางคนอาจมีอาการปวดท้อง  หรืออาเจียนแล้วก็มีกลิ่นปากร่วมด้วย  มักจะไม่มีอาการน้ำมูกไหล ไอ  หรือตาแดง  แบบการตำหนิดเชื้อจากไวรัส


                นอกเหนือจากนี้จะพบฝาผนังคอหอยและก็เพดานอ่อน  มีลักษณะแดงจัดและก็บวม  ทอนซิลบวมโตสีแดงจัด  แล้วก็มีแผ่นหรือจุดหนองสีขาวๆเหลืองๆติดอยู่บนทอนซิล  นอกเหนือจากนี้       ยังบางทีอาจตรวจพบต่อมน้ำเหลืองที่ใต้ขากรรไกรบวมโตและเจ็บ
แนวทางการรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบ
การวิเคราะห์โรคทอนซิลอักเสบ หมอจะวิเคราะห์พื้นฐานด้วยอาการแสดงรวมทั้งการตรวจคอโดยบางทีอาจใช้วิธีการต่อแต่นี้ไป

  • ใช้ไฟฉายส่องมองบริเวณลำคอ รวมทั้งบางทีอาจมองบริเวณหูแล้วก็จมูกร่วมด้วย เพราะว่าเป็นรอบๆที่ออกอาการติดเชื้อได้เช่นกัน
  • ตรวจทานผื่นแดงที่เป็นลักษณะโรคไข้อีดำอีแดงซึ่งเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียตัวเดียวกับกับโรคคออักเสบ
  • ตรวจด้วยการคลำสัมผัสเบาๆที่ลำคอเพื่อดูว่าต่อมน้ำเหลืองบวมหรือไม่
  • ใช้เครื่องสเต็ทโทสโคปฟังเสียงจังหวะการหายใจของผู้ป่วย


ถ้าหากพบผนังคอหอยรวมทั้งต่อมทอนซิลมีลักษณะแดงเพียงนิดหน่อยหรือไม่ชัดเจน ก็มักเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัส   ถ้าต่อมทอนซิลบวมโต แดงจัด แล้วก็มีแผ่นหรือจุดหนองติดอยู่บนต่อมทอนซิล  ก็มักจะเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้ออนุภาคบีตาฮีโมโลตำหนิกสเตรปโตค็อกคัส กรุ๊ปเอ  ในรายที่ไม่มั่นใจแพทย์บางทีอาจจำเป็นต้องทำตรวจค้นเชื้อจากรอบๆคอหอยและก็ต่อมทอนซิล  โดยใช้วิธีที่เรียกว่า "rapid strep test" ซึ่งสามารถรู้ผลตอบแทนในไม่กี่นาที ถ้าหากผลการตรวจกำกวม  ก็อาจจำเป็นต้องทำการเพาะเชื้อซึ่งจะรู้ผลใน 1-2 วัน

การรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบ หมอจะให้การรักษาตามมูลเหตุที่เจอ เป็น

  • มีเหตุมาจากเชื้อไวรัส ก็จะให้การรักษาแบบเกื้อหนุนตามอาการ ยกตัวอย่างเช่น ยาลดไข้ แก้ไอ แก้หวัด ไม่มีการให้ยายาปฏิชีวนะ เพราะเหตุว่าไม่สามารถฆ่าเชื้อเชื้อไวรัสได้ ซึ่งลักษณะโรคมักจะหายได้ด้านใน 1 สัปดาห์
  • มีต้นเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย เว้นเสียแต่ให้ยาทุเลาตามอาการแล้ว ก็จะให้ยาปฏิชีวนะรักษาโดยใช้ เป็นต้นว่า เพนิสิลลินวี (Penicillin V) อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) อีริโทรไมซิน (Erythromyin)  อาการมักดีขึ้นหลังรับประทานยาปฏิชีวนะ 48-72 ชั่วโมง  โดยแพทย์จะให้รับประทานยาตลอดกระทั่งครบ 10 วัน เพื่อปกป้องภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมา


ดังนี้การกินยาปฏิชีวนะควรต้องกินให้ครบตามคำแนะนำของหมอ เพื่อแน่ใจว่าแบคทีเรียถูกกำจัดจนหมด เพราะเชื้อแบคทีเรียที่กำจัดไม่หมดอาจจะก่อให้การติดเชื้อแย่ลงหรือแพร่ไปยังส่วนอื่นของร่างกาย นอกเหนือจากนี้ในเด็กยังเสี่ยงเกิดภาวะสอดแทรก ดังเช่น การตำหนิดเชื้ออย่างหนักที่ไต แล้วก็ไข้รูมาติกซึ่งเป็นการติดโรคบริเวณลิ้นหัวใจร่วมกับมีไข้ตามมาได้
นอกเหนือจากนั้นยังมีวิธีการผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออก (tonsillectomy) ซึ่งเป็นวิธีรักษาต่อมทอนซิลอักเสบที่เป็นซ้ำหลายครา หรือทอนซิลอักเสบเรื้อรัง หรือทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่สนองตอบต่อการดูแลและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเท่านั้น โดยพินิจได้จากอาการที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้

  • ทอนซิลอักเสบมากกว่า 7 ครั้งในรอบหนึ่งปี
  • ต่อมทอนซิลอักเสบมากกว่า 4-5 ครั้งในรอบหนึ่งปีเป็นระยะเวลา 2 ปีให้หลัง
  • ทอนซิลอักเสบมากกว่า 3 ครั้งในรอบหนึ่งปีเป็นระยะเวลา 3 ปีให้หลัง


นอกจากนี้ หมอยังบางทีอาจใช้การผ่าตัดทอนซิลในเรื่องที่ต่อมทอนซิลอักเสบทำให้มีการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ยากจะรักษาตามมา เช่น

  • สภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (นำมาซึ่งอาการนอนกรมด้วยเหตุว่าต่อมทอนซิลโต)
  • หายใจลำบาก (เพราะว่าต่อมทอนซิลโตมากมายกระทั่งอุดกั้นทางเท้าหายใจ)
  • กลืนทุกข์ยากลำบาก โดยเฉพาะเมื่อกลืนเนื้อหรืออาหารชิ้นครึ้มๆ
  • เป็นฝีที่ใช้ยาปฏิชีวนะแล้วยังไม่ดีขึ้น
  • มีต่อมต่อมทอนซิลโตฝ่ายเดียว ซึ่งอาจเป็นลักษณะโรคโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ต่อมทอนซิล)


ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคต่อมทอนซิลอักเสบ  การบวมอักเสบของต่อมทอนซิลบ่อยครั้งหรือเรื้อรังอาจตามมาด้วยภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้แก่ เกิดภาวะหยุดหายใจขณะกำลังหลับ หายใจลำบาก การต่อว่าดเชื้อที่แพร่ลึกลงไปสู่เนื้อเยื่อรอบๆ
ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่จะนำไปสู่โรคต่างๆตามมา ตัวอย่างเช่น  ในกลุ่มที่มีสาเหตุจากไวรัส ส่วนใหญ่จะไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนผู้ที่ลักษณะโรคร่วมกับป่วยหวัด  ไข้หวัดใหญ่  ก็อาจมีภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ  ปอดอักเสบ เป็นต้น แล้วก็ในกลุ่มที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาจมีภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้

  • เชื้ออาจขยายไปยังรอบๆใกล้เคียง ทำให้เป็นหูชั้นกึ่งกลางอักเสบ จมูกอักเสบ ภูมิแพ้ ปอดอักเสบ ฝีที่ทอนซิล
  • เชื้ออาจเข้ากระแสเลือดแพร่กระจายไปยังที่ต่างๆ ทำให้เป็นข้ออักเสบประเภทกะทันหัน กระดูกอักเสบเป็นหนอง  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูเขาไม่ต่อต้านตัวเอง (autoimmun reaction) กล่าวคือภายหลังติดโรคแบคทีเรียจำพวกนี้ ร่างกายจะสร้างสารภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อเชื้อขึ้นมา แล้วไปก่อปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้มีการเกิดโรคแทรกร้ายแรง อย่างเช่น ไข้รูมาติก (มีการอักเสบของข้อแล้วก็หัวใจ หากปล่อยให้เป็นเรื้อรัง อาจก่อให้เกิดโรคลิ้นหัวใจทุพพลภาพ หัวใจวายได้) และก็ หน่วยไตอักเสบฉับพลัน (จับไข้ บวม ฉี่สีแดง อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตวายได้) โรคแทรกพวกนี้มักเกิดข้างหลังทอนซิลอักเสบ 1-4 สัปดาห์


สำหรับไข้รูมาติก ได้โอกาสเกิดขึ้นประมาณร้อยละ 0.3-3 ของผู้ที่มิได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง แต่ดังนี้การปกป้องคุ้มครองภาวะแทรกซ้อนรุนแรงดังกล่าวข้างต้นสามารถทำเป็นกล้วยๆด้วยการกินยาปฏิชีวนะให้ครบ 10 วัน (แม้ว่าอาการจะดีขึ้นกว่าเดิมข้างหลังรับประทานยาได้ 2-3 วันไปแล้วก็ตาม)
การติดต่อของโรคต่อมทอนซิลอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบติดต่อได้เหมือนกันกับในโรคหวัดทั่วไปและก็ในไข้หวัดใหญ่เป็น เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของดรคอยู่ในน้ำลายและก็เสลด (รวมถึงสารคัดเลือกหลั่งอื่นๆ) ของผู้ป่วย รวมทั้งจะติดต่อจากการสัมผัสเชื้อโรคดังที่กล่าวมาข้างต้นจากคนไข้ จากการไอ จาม หายใจ หรือการสัมผัสสารคัดเลือกหลั่งจากจมูกและช่องปากตัวอย่างเช่น น้ำมูก น้ำลายคนเจ็บ และก็จากใช้ของใช้ส่วนตัวที่สัมผัสสารคัดเลือกหลั่งดังที่กล่าวมาแล้ว

  • มีต่อมต่อมทอนซิลโตฝ่ายเดียว ซึ่งบางทีอาจเป็นอาการของโรคโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ต่อมทอนซิล)


ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคต่อมทอนซิลอักเสบ  การบวมอักเสบของต่อมทอนซิลบ่อยหรือเรื้อรังบางทีอาจตามมาด้วยภาวะแทรกซ้อนอื่นๆเป็นต้นว่า เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หายใจลำบาก การต่อว่าดเชื้อที่แพร่ลึกลงไปสู่เนื้อเยื่อรอบๆ
ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆตามมา ได้แก่  ในกลุ่มที่เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากเชื้อไวรัส โดยมากจะไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนคนที่ลักษณะของโรคร่วมกับเป็นไข้หวัด  ไข้หวัดใหญ่  ก็อาจมีภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ภูมิแพ้ หูชั้นกึ่งกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ  ปอดอักเสบ ฯลฯ แล้วก็ในกรุ๊ปที่มีต้นเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย อาจมีภาวะแทรกซ้อนดังนี้

  • เชื้ออาจลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง ทำให้เป็นหูชั้นกึ่งกลางอักเสบ จมูกอักเสบ ภูมิแพ้ ปอดอักเสบ ฝีที่ต่อมทอนซิล
  • เชื้ออาจเข้ากระแสโลหิตแพร่กระจายไปยังที่ต่างๆ ทำให้เป็นข้ออักเสบชนิดกะทันหัน กระดูกอักเสบเป็นหนอง  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ทำให้มีการเกิดปฏิกิริยาภูมิต้านตัวเอง (autoimmun reaction) พูดอีกนัยหนึ่งภายหลังติดโรคแบคทีเรียชนิดนี้ ร่างกายจะสร้างสารภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อเชื้อขึ้นมา แล้วไปก่อปฏิกิริยาขัดขวางเนื้อเยื่อของตัวเอง กระตุ้นให้เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง ตัวอย่างเช่น ไข้รูมาติก (มีการอักเสบของข้อและก็หัวใจ หากปล่อยให้เป็นเรื้อรัง อาจทำให้เกิดโรคลิ้นหัวใจทุพพลภาพ หัวใจวายได้) และก็ หน่วยไตอักเสบรุนแรง (เป็นไข้ บวม ปัสสาวะสีแดง อาจจะทำให้เกิดภาวะไตวายได้) โรคแทรกเหล่านี้มักเกิดข้างหลังต่อมทอนซิลอักเสบ 1-4 อาทิตย์


สำหรับไข้รูมาติก มีโอกาสเกิดขึ้นโดยประมาณปริมาณร้อยละ 0.3-3 ของคนที่ไม่ได้รับการดูแลและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างแม่นยำ แม้กระนั้นทั้งนี้การคุ้มครองภาวะแทรกซ้อนรุนแรงดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการกินยาปฏิชีวนะให้ครบ 10 วัน (แม้ว่าอาการจะดีขึ้นหลังกินยาได้ 2-3 วันไปแล้วหลังจากนั้นก็ตาม)
การติดต่อของโรคต่อมทอนซิลอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบติดต่อได้เช่นเดียวกับในหวัดทั่วไปและก็ในโรคไข้หวัดใหญ่เป็น เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของดรคอยู่ในน้ำลายแล้วก็เสมหะ (รวมถึงสารคัดหลั่งอื่นๆ) ของผู้เจ็บป่วย และจะติดต่อจากการสัมผัสเชื้อโรคดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจากคนเจ็บ จากการไอ จาม หายใจ หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากจมูกและช่องปากยกตัวอย่างเช่น น้ำมูก น้ำลายคนไข้ และจากใช้ของใช้ส่วนตัวที่สัมผัสสารคัดเลือกหลั่งดังที่กล่าวมาแล้ว
สมุนไพรที่ช่วยปกป้อง/รักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบ
ฟ้าทะลายขโมย ชื่อวิทยาศาสตร์ Andropraphis paniculata (Burm.f.) Wall. EX Nees ชื่อพ้อง Justicia paniculata Burm.f. ชื่อสกุล Acanthaceae สรรพคุณ: ตำราเรียนยาไทย: มีการใช้ส่วนเหนือดินเก็บก่อนที่จะมีดอก เพื่อรักษาไข้ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ดับพิษร้อน ยับยั้งอักเสบในอาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ขับเสลด ลดบวม แก้ติดเชื้อ ต้นแบบและก็ขนาดวิธีใช้ยา:.บรรเทาลักษณะของการเจ็บคอ                   รับประทานทีละ 3-6 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารแล้วก็ก่อนนอน ทุเลาอาการหวัด กินทีละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังรับประทานอาหารรวมทั้งก่อนนอน  องค์ประกอบทางเคมี: สารชนิดแลคโตน andrographolide,neoandrographolide,deoxyandrographolide, deoxy-didehydroandrographolide สารกรุ๊ปฟลาโม้น ยกตัวอย่างเช่น aroxylin, wagonin, andrographidine A 
จากการเล่าเรียนคุณภาพของสารสกัดจากฟ้าทะลายขโมยในคนไข้ระบบทางเท้าหายใจส่วนบนไม่ร้ายแรง  223 คน แบ่งเป็นกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากฟ้าทะลายมิจฉาชีพ 200 มก.ต่อวัน และก็อีกกรุ๊ปรับประทานยาหลอกเป็นระยะเวลา 5 วัน ซึ่งจะวัดผลด้วยการวัดอาการจากตัวผู้เจ็บไข้เองในด้านต่างๆดังเช่นว่า อาการไอ เสลด มีน้ำมูก ปวดศีรษะ มีไข้ เจ็บคอ อาการอ่อนเพลียง่าย และอุปสรรคต่อการนอน ผลพบว่า ทั้งยัง 2 กรุ๊ปมีอาการดีตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งจบการทดลอง แม้กระนั้นกลุ่มที่รับประทานสารสกัดจากฟ้าทะลายขโมยได้ผลได้อย่างแจ่มแจ้งในช่วงวันที่ 3-5 มากยิ่งกว่ากรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก แต่ ยังพบผลกระทบเล็กน้อยในทั้งยัง 2 กลุ่ม จากการทดลองจึงเชื่อว่าฟ้าทะลายโจรอาจช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการติดเชื้อโรคในทางเดินหายใจตอนต้น
โทงเทง ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Physalis angulata  L. ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ : Physalis minima ชื่อสามัญ :   Hogweed, Ground Cherry ชื่อตระกูล :   SOLANACEAE คุณประโยชน์โทงเทง : แบบเรียนยาไทย ผลรสเปรี้ยวเย็น แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ฝีในคอ แก้อักเสบในคอ แก้ร้อนในอยากกินน้ำ ตำพอกแก้ปวดบวม
ส่วนคุณประโยชน์ที่สำคัญของโตงเตงที่ ใช้รักษาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ โดยแพทย์พื้นเมืองนั้นจะใช้ทั้งยังต้นตำให้แหลกละลายกับเหล้า เอาสำลีชุบเอาน้ำยาใช้อมไว้ข้างแก้ม กลืนน้ำผ่านลำคอทีละนิด แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือที่เรียกว่าต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ฝีในคอ ใช้แก้อาการอักเสบในคอได้ดิบได้ดี หรือแพ้แอลกอฮอล์ก็ใช้ละลายกับน้ำส้มสายชูแทน ใช้ภายในแก้ร้อนในหิวน้ำ ใช้ด้านนอกแก้ฟกบวมอักเสบทำให้เย็น และก็อีกแบบเรียนยาหนึ่งกล่าวว่าแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ ให้ใช้ต้นนี้ใหม่ๆ(หรืออย่างแห้งก็ใช้ได้) 3 หัว แผ่น ฝักชุบน้ำตาล 2 แผ่น ใส่น้ำ 1 ถ้วย ต้มให้เหลือครึ่งถ้วย กินครั้งเดียวหมด เด็กก็กินลดลงตามส่วน จากการรักษาคนป่วยร้อยกว่าราย บางบุคคลกิน 4-10 ครั้งก็หาย บางคนรับประทานต่อเนื่องกันถึง 2 เดือนจึงหาย
ปลาไหลเผือก ชื่อวิทยาศาสตร์ :  EURYCOMA LONGIFOLIA Jack. สกุล : SIMAROUBACEAE สรรพคุณทางยา : ราก ต่อต้านโรคมะเร็ง รักษาโรคอัมพาต ช่วยถ่ายน้ำเหลือง ขับพยาธิ แก้อาการท้องผูก แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ วิธีการใช้ตามตำราไทย : ต้านทานโรคมะเร็ง ช่วยถ่ายน้ำเหลือง ขับพยาธิ แก้ท้องผูก แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ นำรากแห้งโดยประมาณ 8-15 กรัม นำมาต้มเอาน้ำกินก่อนรับประทานอาหารทุกเช้ารวมทั้งเย็น (2 เวลา)
เอกสารอ้างอิง

  • พรพิมล พฤกษ์ประเสริฐ.(2550). การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน. ใน ประยงค์ เวชวนิชสนอง และวนพร อนันตเสรี. กุมารเวชศาสตร์ทั่วไป (หน้า214-216).หน่วยผลิตตำราคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.ทอนซิลอักเสบ.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่324.คอลัมน์สารานุภาพทันโรค.เมษายน.2549
  • ศ.พญ.นวลอนงค์ วิศิษฎสุนทร.คออักเสบและตอ่มทอนซิลอกัเสบปัญหาของหนูน้อย.ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล.
  • ทอนซิลอักเสบ-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์ดอทคอม. http://www.disthai.com/
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2.  “ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 410-413.
  • วิทยา บุญวรพัฒน์.”โทงเทง” หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.หน้า284.
  • ฟ้าทะลายโจร.ฐานข้อมูลเครื่องยา.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
  • โทงเทง สมุนไพรหยุดการอักเสบในลำคอ.ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร.สถาบันวิจัยสมุนไพร.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.



Tags : โรคต่อมทอนซิลอักเสบ